ลลิลฯเน้นเจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ ผุดโครงการแนวราบใกล้โซนโรงงาน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัทลลิล พร็อพเพอร์ตี้หรือ “LALIN” กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 ว่า ยังคงมีทิศทางที่เป็นบวกในครึ่งปีหลัง แต่อัตราการปรับตัวอาจอยู่ในกรอบที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีอุปทานคงเหลือในหลายพื้นที่ โดยการเติบโตจะเห็นชัดเจนในพื้นที่ที่ประชาชนมีกำลังซื้อ เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดเขตเศรษฐกิจและเริ่มขยายไปยังจังหวัดรองที่สำคัญ ส่วนใหญ่ที่อยู่อาศัยจะกระจายตัวออกไปจากอุปทานของที่ดินที่ยังมีอยู่จำนวนมาก และมุ่งเน้นเจาะไปที่กลุ่มเรียลดีมานด์เป็นสำคัญ เพื่อปลดล็อกปัญหาเกี่ยวกับเกณฑ์การควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV)

การพัฒนาโครงการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะอาศัยแรงบวกจากนโยบายภาครัฐที่ชัดเจนคือ การลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่เฉพาะเช่น พื้นที่ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่กำลังเติบโตอย่างน่าจับตา บริษัทยังคงมั่นใจที่จะดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ทั้งการเปิดโครงการใหม่ 8-10 โครงการ 4,000-4,500 ล้านบาทครึ่งปีแรก เปิดไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาท และครึ่งปีหลังจะเปิดเพิ่ม5 โครงการแนวราบ มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์เป็นหลัก เน้นทำเลที่มีการพัฒนาเครือข่ายคมนาคม แหล่งงาน ชุมชนเป็นหลัก

บริษัทได้เริ่มดำเนินการเปิดการขายช่วงไตรมาส 3 พร้อมกัน 4 โครงการ ประกอบด้วย โครงการลลิล ทาวน์ อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท, ลลิล ทาวน์ รังสิต-คลอง 2 (กรุงเทพฯตอนบน), Lio Bliss รังสิต-คลอง 4 รูปแบบทาวน์โฮม และ Lio Bliss เพชรเกษม 81/2 ทาวน์โฮม ปรากฏว่า ลูกค้าให้การตอบรับโดยสามารถปิดการขายเฟสแรกได้ทั้ง 4 โครงการเฉลี่ยยอดขาย 100 ล้านบาทต่อเฟสต่อโครงการ และอยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเปิดขายในเฟสที่สองต่อ

นอกจากนี้เตรียมเปิดขายอีก 1 โครงการ ได้แก่ Lio Bilss ปลวกแดง-มาบยางพร มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท แบรนด์ Lio Bliss เนื้อที่ 41 ไร่ จำนวน 400 กว่ายูนิต ราคาล้านกลางๆ ถึง 2 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการศักยภาพที่มีอยู่จริงในตลาด ณ ปัจจุบันเป็นหลัก โดยจะอยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ที่มีโรงงานจากนักลงทุนจีนเข้ามา ต่างจากอดีต ในนิคมฯจะเป็นโรงงานของนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น แต่โซนที่เราจะเข้าไป เหมือนเป็นเมืองไชน่าทาวน์ เป็นนิวเอเรียลแห่งใหม่ ที่จะมีแหล่งงานและกำลังซื้อในกลุ่มของคนไทยเกิดขึ้นในโซนอีอีซี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะเติบโตสู่การเป็นย่านเศรษฐกิจในอนาคต

ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขาย 3,100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% ของเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่กำหนดไว้ที่ 5,300 ล้านบาท เป้าหมายรับรู้รายได้ 4,650 ล้านบาท เติบโต 15% มีกำไรสุทธิ 149.79 ล้านบาท มีรายได้ 864.93 ล้านบาท ส่วนรายได้ในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 2,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.69% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้อยู่ที่ 2,081 ล้านบาท

19/8/2562  แนวหน้า (19 สิงหาคม2562)

ผู้สนับสนุน