info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.239.45.252

ปลายปีลุย เชื่อม สะพานนนท์ 1-วงแหวนฯ

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

ปลายปีพรฎ.คลอด ทช.เร่งสำรวจที่ดินหลังครม.เคาะเวนคืน 160 ไร่ ตัดถนนใหม่ เชื่อมสะพานข้ามเจ้าพระยา-กาญจนาภิเษก ยันให้ราคาตลาด จ่อของบเวนคืน 2.3 พันล้าน ภายในปีงบ 65 เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ลุยชดเชยรายได้ผู้เสียหาย ดันที่ดินพุ่ง

จังหวัดนนทบุรี กำลังมีถนนสายใหม่ ช่วยระบายจราจร ในตัวเมือง ออกพื้นที่รอบนอก ได้อยากสะดวกรวดเร็วขณะเดียวกันประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในฐานะผู้เสียสละ จะได้รับชดเชยจากการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอย่างเป็นธรรม โดยนำราคาซื้อขายจริงในท้องตลาด ราคาประเมินทุนทรัพยที่ดิน ตลอดจนองค์ประกอบแวดล้อมอื่น มาคำนวณหาค่าราคากลาง

นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าโครงการสร้างทางหลวงชนบทเชื่อมต่อสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนนนทบุรี 1 (สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์-ถนนกาญจนาภิเษก) ว่า หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี ตำบลบางเลน และตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พ.ศ…ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอนั้น ขณะนี้โครงการฯ อยู่ระหว่างการสำรวจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2564 ทั้งนี้หากมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการกำหนดการเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นจะขอรับจัดสรรงบประมาณการเวนคืนที่ดิน วงเงิน 2,396 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2565 และลงนามสัญญาผู้รับจ้างภายในปลายปี 2566 หลังจากนั้นจะขอรับจัดสรรงบประมาณก่อสร้าง วงเงิน 1,621 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2566 คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในต้นปี 2567 ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อสร้างราว 2 ปีครึ่ง

ทั้งนี้ หากมีการสำรวจอสังหา ริมทรัพย์แล้วเสร็จ ทางคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นในการเวนคืนที่ดิน ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนท้องถิ่น ตัวแทนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) จะเป็นผู้กำหนดราคา ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการฯต้องพิจารณาหลักการเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินให้เหมาะสมและเพียงพอมีที่ดินทำกินและไม่กระทบต่อการโยกย้ายที่อยู่อาศัย ที่ผ่านมาได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนมาตลอดในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ซึ่งจะเริ่มเยียวยาได้ต่อเมื่อมีการสำรวจอสังหาริมทรัพย์แล้วเสร็จ

แหล่งข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการสำรวจอสังหาริมทรัพย์นั้น เบื้องต้นได้ทราบแนวเส้นทางในการเวนคืนที่ดินแล้วจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนสำหรับผู้ที่ถูกเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าว เมื่อ วันที่ 17-18 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการนนทบุรี มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน พบว่าประชาชนบางส่วนคัดค้านพื้นที่บริเวณทางเข้าถนนกาญจนาภิเษก เพราะกังวลเกี่ยวกับค่าชดเชยในการเวนคืนที่ดินอาจจะได้น้อย เนื่องจากตามกฎหมายฉบับเดิมในการเวนคืนที่ดินนั้นไม่ได้มุ่งเน้นให้ประชาชนเป็นผู้เสียสละ แต่ปัจจุบันกฎหมายฉบับใหม่ในการเวนคืนที่ดินกำหนดให้ประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดินเป็นผู้เสียสละ ทำให้ทางทช.พยายามหาแนวทางชดเชยให้มากที่สุดแก่ประชาชนเพื่อเดินหน้าโครงการฯต่อไปได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีการกำหนดการชดเชยแก่ประชาชน เนื่องจากต้องสำรวจพื้นที่เวนคืนที่ดินก่อน รวมทั้งอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย

“ขณะเดียวกันหากมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการกำหนดพื้นที่เวนคืนที่ดินของโครงการฯ จะเริ่มดำเนินการขออนุญาตเจ้าของที่ดินเข้าไปสำรวจพื้นที่ต่อไป ส่วนใหญ่แนวเส้นทางเวนคืนที่ดินเป็นพื้นที่แปลงนาและพื้นที่ที่ไม่มีทางเข้า-ออก โดยหลีกเลี่ยงหมู่บ้านและพื้นที่ชุมชน ซึ่งเราจะพยายามหลีกเลี่ยงให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด รวมทั้งต้องชดเชยการสูญเสียรายได้และสภาพทางจิตใจของผู้ที่ถูกเวนคืนด้วย”

แหล่งข่าวจากทช.กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการสร้างทางหลวงชนบทเชื่อมต่อสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนนนทบุรี 1 (สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์-ถนนกาญจนาภิเษก) ซึ่งมีพื้นที่เวนคืนที่ดิน 160 ไร่ 340 แปลง อาคาร 220 แห่ง เบื้องต้นจากการศึกษาที่ดินตลอดแนวเส้นทางของโครงการฯ ตั้งแต่การเริ่มสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการฯ พบว่าราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวค่อนข้างดีดตัวสูง หากมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาการกำหนดเวนคืนที่ดินแล้วจะยึดเกณฑ์การซื้อขายที่ดินตามจริงเป็นหลัก หากโครงการฯ แล้วเสร็จจะทำให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลายเท่า เช่น ที่ดินบริเวณแนวเส้นทางถนนราชพฤกษ์บางแห่ง ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ คาดว่าราคาที่ดินในอนาคตจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2-3 เท่า จากราคาเดิมของที่ดิน ซึ่งจะทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ถนน รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง

นอกจากนี้จากการศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจการดำเนินโครงการฯ พบว่ามูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 1,152.23 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 16.60% อัตราผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C Ratio) อยู่ที่ 1.45 ซึ่งถือว่าโครงการฯ มีความเหมาะสม รวมทั้งมีการคาดการณ์ปริมาณการจราจรในอนาคตบริเวณถนนในโครงการ-สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ทั้ง 5 แห่ง พบว่า ในปี 2567 ปริมาณการจราจรบริเวณถนนรัตนาธิเบศร์ ลดลง อยู่ที่ 124,363 คันต่อวัน ถนนนครอินทร์ ลดลงอยู่ที่ 126,725 คันต่อวัน ถนนราชพฤกษ์ ลดลงอยู่ที่ 113,275 คันต่อวัน ถนนกาญจนาภิเษก ลดลงอยู่ที่ 192,213 คันต่อวัน และสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ เพิ่มขึ้น อยู่ที่ 78,575 คันต่อวัน

อย่างไรก็ตามลักษณะโครงการฯ เป็นการกำหนดให้ก่อสร้างถนนใหม่ขนาด 6-8 ช่องจราจร ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.25 เมตร ชนิดผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต ทางเท้ากว้าง 3.75 เมตร เกาะกลางแบบยกกว้าง 3 เมตร เขตทางกว้าง 30-50 เมตร ระยะทาง 3.827 กิโลเมตร (กม.)

2/11/2563  ฐานเศรษฐกิจ (02 พฤศจิกายน 2563)

แนะนำคู่ค้า