พราว กรุ๊ป ฝ่ามรสุมโควิด-19 ฟื้นธุรกิจหลังคลายล็อก

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 100% และต้องปิดกิจการไปกว่า 2 เดือน จากผลกระทบโควิด-19 อย่าง โรงแรม, สวนน้ำ, ศูนย์การค้า ธุรกิจเหล่านี้ล้วนเป็นเรือธง ของ “พราว กรุ๊ป” ซึ่งมีพอร์ตโครงการ รวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทที่สร้างรายได้มาต่อเนื่อง กลับต้องมาสะดุดลง และเมื่อรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ภาพรวมการดำเนินการจากนี้จะเป็นเช่นไร อ่านได้จากสัมภาษณ์ “พราวพุธ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหารพราว กรุ๊ปและกรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน)

ปัจจุบันภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ พราว กรุ๊ป หลังจากรัฐบาลทยอยคลายล็อกดาวน์ เราได้กลับมาเปิดให้บริการ “โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท” ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด จากที่คิดว่าตอนเปิดช่วงแรก แค่พอให้คุ้มทุนที่อัตราเข้าพักเฉลี่ย 30%

แต่พอเปิดจริง กลับมียอดการจองห้องพักช่วงวันหยุดอัตราการเข้าพักเกือบ 100% วันธรรมดาอยู่ที่ 50% ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 60% ซึ่งถือว่าดีมาก ทั้งๆช่วงนี้จัดว่าอยู่ในช่วงโลว์ซีซันที่ปกติจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 40% แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยรู้สึกอัดอั้นจากการกักตัวมานานหลายเดือน ตอนนี้จึงเริ่มเดินทางท่องเที่ยว และด้วยการใช้แบรนด์โรงแรมเชน บวกกับการบริการของเราที่เน้นเรื่องการบริการที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัย ก็ทำให้คนไว้วางใจ ประกอบกับหัวหิน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน คนก็ขับรถมาเที่ยวกัน

อีกทั้งล่าสุดหลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ระยะ 4 ที่ให้เปิดสวนน้ำ และสถานที่ออกกำลังกายได้ ทำให้เรากลับมาเปิด “โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ต วานา นาวา หัวหิน” ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.นี้ และการเปิด “สวนน้ำ วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน” ที่จะเปิดให้ลูกค้าโรงแรมของพราว กรุ๊ป ใช้บริการเป็นกลุ่มแรกในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ และจะเริ่มเปิดสวนน้ำให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าใช้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.นี้

ทั้งนี้การกลับมาเปิดให้บริการของโรงแรมและสวนน้ำ จะเน้นการบริการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะ สวนน้ำ ในช่วงก.ค.นี้ จะจำกัดจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ที่ 600 คนต่อวัน จากปกติรองรับได้ 3 พันคนต่อวัน หรือราว 20% เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามโซเชี่ยลดิสเทนซิ่ง ซึ่งเราทำเกินมาตรฐานที่รัฐกำหนดไว้ด้วยซ้ำ ซึ่งรัฐกำหนดให้ 4 ตรม.ต่อคน แต่เราทำเฉลี่ย 30 ตรม.ต่อคน เพราะสวนน้ำฯมีพื้นที่สวนน้ำถึง 2 หมื่นตรม.

รวมถึงการทำ real time tracking ผ่านเทคโนโลยี RFID เข้ามาใช้ตั้งแต่ลูกค้าเข้าสวนน้ำจนถึงออกสวนน้ำฯ ทั้งเรายังปฏิบัติตามข้อแนะนำระดับโลกจากสมาคมสวนสนุกนานาชาติ (IAAPA : The International Association of Amusement Parks) และยังเป็นสวนน้ำแห่งแรก ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA (Amazing Thailand Safety & Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้บริการของลูกค้า

ส่วน “ทรู อารีน่า หัวหิน” ก็เปิดให้บริการแล้ว สำหรับ “ศูนย์การค้า บลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์” ก็ทยอยเปิดเฉพาะบางส่วนก่อน เนื่องจากลูกค้าหลักจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับมา

สำหรับ “โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท” ในขณะนี้ยังไม่เปิดให้บริการ แต่คงพิจารณาในช่วงปลายก.ค.นี้ เนื่องจากภูเก็ต เป็นตลาดของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 90% ต่างจากหัวหิน ที่เป็นตลาดคนไทย 70-80% จึงฟื้นได้เร็วกว่า

4 กลยุทธ์ฝ่าไวรัสโควิด

โควิด-19 ยังเป็นความท้าทายของธุรกิจในช่วง 2 ปีนี้ เพราะกว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทย จะกลับคืนสู่สภาพเกือบปกติช่วงปลายปี 2564 หากมีการผลิตไวรัสออกมาได้ไม่เกินไตรมาส 3 ปี 2563 และตอนนี้หลายประเทศก็เผชิญกับปัญหาจีดีพีติดลบ การเดินทางมาเที่ยวไทยสำหรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล ก็ยังคงต้องใช้เวลา แต่ก็คงต้องดูตลาดจีน ว่าจะเดินทางได้เมื่อไหร่ ดังนั้นจุดโฟกัสในการฝ่ามรสุมที่เกิดขึ้น จึงต้องเน้นใน 4 กลยุทธหลัก

ได้แก่ 1. การกระตุ้นไทยเที่ยวไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในช่วงแรกจึงต้องมีเรื่องของโปรโมชัน อย่างโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน ลดราคา 15% และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้า เช่นการอัพเกรดห้องพักให้ฟรี, โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ต วานา นาวา หัวหิน ก็ขายในราคาเท่ากับเมื่อ 3 ปีก่อนที่เปิดโรงแรม เริ่มต้นที่ 2,799 บาท บวกอัพเกรดห้องพัก

ขณะที่สวนน้ำฯ ก็จัดโปรโมชั่น ค่าเข้าสำหรับลูกค้าทั่วไป ก็อยู่ที่ 555 บาท นอกจากนี้ยังมองการขยายตลาดกลุ่มใหม่เพิ่ม เน้นการเที่ยวสวนน้ำแบบส่วนตัว จึงจะขยายเวลาเปิดสวนน้ำในช่วง 16.00-18.00น. เสนอขายแพ็คเกจเริ่มต้นที่ 2 หมื่นบาท อยู่ได้ 2 ชั่วโมง เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวใหญ่ หรือกลุ่มธุรกิจ ทั้งยังมองว่าการออกมาตรการของรัฐบาลที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ อย่าง “เที่ยวปันสุข” หรือ “เราไปเที่ยวกัน” ก็เป็นเรื่องที่ดี

2. การปรับแผนการลงทุนใหม่ ซึ่งในส่วนของโครงการ “อันดา มันดา ภูเก็ต” มูลค่าการลงทุนราว 7 พันล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เดิมวางแผนไว้ว่าจะเปิดให้บริการสวนน้ำ เดิมจะเปิดให้บริการปีนี้ ก็จะเลื่อนไปเปิดปีหน้า ส่วนเฟสที่จะสร้างโรงแรมในสวนน้ำ ก็จะดีเลย์ไปก่อน และร้านอาหารในโครงการก็จะลดจำนวนที่นั่งให้ลดลงจากเดิมบ้าง

3. การปรับโครงสร้างภายในองค์กรเล็กน้อย และ 4.การปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ เช่น โรงแรมตั้งเป้าลดค่าใช้จ่าย 30% เป็นต้น

“กลยุทธดังกล่าว เราคาดหวังว่าในช่วง 2 ปีนี้ที่อยู่ในวิกฤติโควิด โดยปีนี้จะเป็นการประคองตัว ธุรกิจจะสามารถคุ้มทุน ซึ่งทางเราก็ได้รับการช่วยเหลือจาก ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการพักดอกเบี้ย และพักชำระเงินต้น ซึ่งเราก็หวังว่าปีหน้าก็ควรจะเห็นกำไร และดูแลพนักงาน เพื่อรองรับเมื่อตลาดการท่องเที่ยวฟื้นตัว เพราะแม้โควิด จะเป็นวิกฤติหนักที่สุด แต่ก็เชื่อว่าวิกฤตแบบนี้ใน 100 ปี จึงจะเกิดสักครั้ง ยังไงการท่องเที่ยวก็จะฟื้นกลับมา”

โควิดหนุนอสังหาฯหัวหินพุ่ง

อย่างไรก็ตามโควิด ไม่ได้จะมีเฉพาะในทางลบเท่านั้น ในอีกด้านก็มีก็เป็นโอกาสเช่นกัน สำหรับการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เพราะจากการที่ประเทศไทย มีการควบคุมการแพร่ระบาดของโลกที่ดีระดับโลก ก็จะเห็นว่าต่างชาติมีความต้องการหาบ้านหลังที่ 2 ในไทย เห็นได้จากโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” 238 ยูนิต บนพื้นที่ 7ไร่ครึ่ง มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท

โครงการนี้เราเพิ่งเริ่มเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปี พอเกิดโควิด เราก็ชลอทำการตลาดไป แต่กลับพบว่ามีต่างชาติแสดงความสนใจจองซื้อในโครงการนี้ ทั้งๆที่เดิมเรามองกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นคนไทยเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็จะเห็นว่าคนกรุงเทพฯ เริ่มมองบ้านหลังที่ 2 ในต่างจังหวัด ซึ่งหัวหินก็เป็นเมืองเป้าหมาย และจุดเด่นของโครงการที่เป็นแบรนด์เรซสิเดนซ์ และเป็นที่แปลงสุดท้ายของหัวหินที่อยู่ริมทะเล

ประกอบกับการเกิดโควิด-19 ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะเร่งรัดโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งหลายโครงการที่เกี่ยวกับหัวหิน เช่น รถไฟความเร็วสูง, รถไฟทางคู่, มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ก็จะเป็นผลดีทำให้เดินทางมาหัวหินได้เร็วขึ้นไปอีก โครงการนี้จึงได้รับความสนใจ ซึ่งขณะนี้เพิ่งจะเริ่มตอกเสาเข็ม คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565

ทั้งหมดเป็นทิศทางการฝ่ามรสุมโควิด-19 ที่เกิดขึ้น

21/6/2563  ฐานเศรษฐกิจ (21 มิถุนายน 2563)

พื้นที่โฆษณา