“คมนาคม” ทุ่มแสนล้านผุด 5 โปรเจ็กต์เชื่อมภาคใต้ ลุ้นเปิดทางสร้างมอเตอร์เวย์

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

“ศักดิ์สยาม” ลุยเมืองโอ่ง รีเช็ก 5 โปรเจ็กต์กรมทางหลวง เพิ่มโครงข่ายใหม่เดินทางลงภาคใต้ เสนอครม.เคาะมอเตอร์เวย์บ้านแพ้ว ต.ค.นี้ ปี’65 ของบขยายถนนสายใหม่เชื่อมแยกวังมะนาว ลุ้นชาวเพชรรับ-ไม่รับมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ชี้หากไม่รับต้องศึกษา EIA ดีเลย์อีก 3 ปี

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 23 ก.ย. 2563 ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.ราชบุรี เป็นการติดตามข้อสั่งการหลังคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เน้นย้ำเกี่ยวกับตัวกลางด้านคมนาคมขนส่งที่คาบเกี่ยวพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ราชบุรี และเพชรบุรี

ปิดจ็อบพระราม 2-ชง ครม. เคาะมอเตอร์เวย์บ้านแพ้ว

โดยมีโครงการสำคัญสำคัญ จำนวน 5 โครงการ คิดวงเงินลงทุนประมาณ 116,240 ล้านบาท (ไม่รวมขยายถนนพระราม 2) ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 (ถ.พระราม 2) จำนวน 3 ตอน ระยะทาง 11.7 กม. จะเร่งขยายถนนให้เป็น 14 ช่องจราจรให้เสร็จภายในปีนี้

2.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 26 กม. วงเงิน 33,492 ล้านบาท เงินทุนทั้งหมดจะใช้เงินจากกองทุนมอเตอร์เวย์เป็นหลัก ขณะนี้ได้ดำเนินการช่วงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-ถ.เอกชัย ระยะทาง 10 กม.แรก

ส่วนในช่วงถัดไปคือช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วอีก 16 กม. ได้สั่งการให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเสนอ ครม.พิจารณาภายในเดือน ต.ค.นี้ เมื่อได้รับการอนุมัติโครงการแล้วคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

ตั้งบปี’65 ขยายถนนเชื่อมแยกวังมะนาว

3.โครงการทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว พื้นที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี-ทางหลวงหมายเลข 3510 พื้นที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ระยะทาง 36.8 กม. วงเงิน 3,042 ล้านบาท ซึ่งจะรวมเนื้องานการขยายถนนเป็น 4 เลน เพื่อทะลวงคอขวดแยกวังมะนาวด้วย

โดยเบื้องต้นได้รับการจะจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อศึกษารายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จะใช้เวลา 1 ปี โดยในปีงบประมาณ 2565 วางแผนจะของบประมาณสำหรับก่อสร้างต่อไป

สำหรับโครงการนี้แบ่งงานออกเป็น 3 ตอน ตอนที่ 1 ช่วงสามแยกวังมะนาว-บ.หนองลังกา ระยะทาง 14.8 กม. ก่อสร้างเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร รวมทางแยกต่างระดับ

ตอนที่ 2 ช่วง บ.หนองลังกา-บ.ห้วยศาลา ระยะทาง 7.1 กม. ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3206 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร

ตอนที่ 3 ช่วง บ.ห้วยศาลา-สี่แยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง ระยะทาง 14.9 กม. ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3510 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ได้รับงบประมาณในการออกแบบรายละเอียดในปี 2564 และขอตั้งงบประมาณก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2568

ซ่อมบำรุงสะพานแม่กลองในรอบ 65 ปี

4.โครงการปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง (สะพานสิริลักขณ์) วงเงิน 700 ล้านบาท โดยสะพานดังกล่าวมีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากใช้งานมานานกว่า 65 ปี จึงต้องมีการซ่อมบำรุง เนื้องานที่จะดำเนินการคือขยายถนนจาก 1 เป็น 2 ช่องจราจร ความยาวรวม 276 เมตร ได้รับงบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบและศึกษา EIA ในปี 2564 คาดว่าจะดำเนินงานก่อสร้าง ในปี 2566 พร้อมแล้วเสร็จในปี 2568

“ให้กรมทางหลวงไปทำการบ้านเพิ่มมาว่า หากแยกส่วนสะพานออกมา จะสามารถขยายถนนในบริเวณเดียวกันให้เป็น 10 ช่องจราจรไป-กลับได้หรือไม่”

ลุ้นคนเพชรเอา-ไม่เอามอเตอร์เวย์

และ 5.โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กม. วงเงิน 79,008 ล้านบาท แต่เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ยังคัดค้านอยู่ จึงจะแบ่งโครงการนี้เป็น 2 ส่วนช่วงแรกจากนครชัยศรี-เพชรบุรี เว้นส่วนที่ประชาชนคัดค้านคิดเป็นแนวเส้นทางประมาณ 5 กม. แล้วก่อสร้างต่อจากเพชรบุรี-อ.ชะอำ โดยในระหว่างนี้จะให้กรมทางหลวงลงไปทำความเข้าใจกับประชาขนอีกครั้ง หากชาวบ้านยอมแล้วจะเดินหน้าโครงการทันทึ

แต่หากยังคัดค้าน อาจจะพิจารณาเบี่ยงแนวเส้นทางใหม่ และศึกษา EIA เพิ่มเติม คาว่าจะใช้เวลาเพิ่มอีก 3 ปี ทั้งนี้ การแบ่งโครงการเป็นตอนๆ ไม่มีผลต่อโครงการแต่อย่างใด เพราะเมื่อเสนอ ครม.เห็นชอบจะเสนอทั้งโครงการ เป็นภาพรวม ส่วนรูปแบบดำเนินการจะคล้ายๆ มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี และมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา ดังนั้น ตอนนี้จึงวางไทม์ไลน์ไว้คร่าวๆ ว่า น่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2565 ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปีแล้วเสร็จในปี 2568

“รูปแบบโครงการยังเป็นรูปแบบเดิม เพียงแต่ว่าเมื่อดำเนินการก่อสร้างก็ก่อสร้างไปตามพื้นที่ที่พร้อม แต่แนวเส้นทางที่ประชาชนคัดค้านจะทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนก่อน หากพี่น้องประชาชนเข้าใจก็จะเป็นการก่อสร้างช่วงที่เว้นไว้ต่อเนื่อง แต่หากประชาชนไม่ยินยอม ก็ต้องมาคุยว่าจะปรับแบบในช่วงนี้อย่างไร เลี่ยงเส้นทางใหม่ก็จะต้องศึกษา EIA เพิ่ม ใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 2 ปีในการดำเนินการ” นายศักดิ์สยามกล่าว

23/9/2563  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (23 กันยายน 2563)

พื้นที่โฆษณา