info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.231.166.56

ศุภาลัย เดินเกมแนวราบ รวบส่วนแบ่งคอนโดฯ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

การเดินเกมรุก ตั้งเป้าหมายท้าทาย ทั้งใน รวบส่วนแบ่งคอนโดฯ แง่รายได้ และกำไรระดับนิวไฮ ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท พร้อมแผนเปิดตัวโครงการใหม่นับ 31 โครงการ มูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2564 ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้เล่นรายใหญ่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทย เสี่ยงถดถอยซ้ำซ้อน จากผลกระทบโควิดระลอกใหม่ ส่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์ มี “กำลังซื้อของคน” เป็นโจทย์ใหญ่วัดใจนั้น นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะนอกจากภูมิคุ้มกัน ด้านฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ที่หัวเรือใหญ่ เผยว่า ปัจจุบัน ศุภาลัยมีภาระหนี้สินต่ำสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม และมีต้นทุนทางการเงินต่ำราว 1.9% ต่อปีเท่านั้น โดยหากเปรียบเป็นนักกีฬา ไม่ต่างจากเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง พร้อมลงแข่งได้ทุกสนามแล้ว นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ยังเน้นย้ำถึง กลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจสำหรับปีนี้อีกด้วย ว่า จำเป็นต้องรักษาลูกค้าเก่า สร้างลูกค้าใหม่ แบบเข้าอกเข้าใจสภาวะเงินในกระเป๋า ขณะแผนกระจายโปรดักต์ เจาะราคา ที่ถูกจุดในตลาดแนวราบ จากโอกาสเติบโตเห็นชัด จะเป็นเครื่องมือสำคัญให้บรรลุเป้าหมาย พร้อมยืนยัน ไม่ทิ้งตลาดคอนโดมิเนียม สบช่อง รายอื่นเหนื่อยแรง เปิดใหม่น้อย ชู Economies of Scale กินส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม รับปีทอง มาตรการรัฐช่วยเข็นผู้ซื้ออีก 1 ปี

เชื่อตลาดผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ภาพรวมในปี 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมอสังหาฯ ผ่านบทสรุปตลาดรวมติดลบราว 30% ตลาดคอนโดฯอ่วมสุดหดตัว 40% ขณะตลาดแนวราบนั้น แม้หลายค่ายใหญ่คว้ายอดขายและรายได้ได้คึกคัก แต่โดยรวมเฉลี่ย ติดลบเช่นกัน ส่วนปีนี้ แม้คาดจะเป็นอีกปี ที่การดำเนินธุรกิจเป็นไปค่อนข้างยากลำบาก แต่เชื่อว่า จุดต่ำสุดของอสังหาฯ ได้ผ่านไปแล้ว จากแสงสว่างปลายอุโมงค์ เรื่องความคืบหน้าของวัคซีนโควิด ส่งผลให้ภาคท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัว ส่วนอัตราดอกเบี้ย ที่อยู่ในระดับต่ำสุด จะช่วยสนับสนุนแรงซื้อของลูกค้าอีกทาง ด้านมาตรการรัฐ ที่เพิ่งประกาศออกมา แง่การลดภาษีการโอนฯ จดจำนอง 0.01% เห็นว่า แม้จะเป็นการขยายในเงื่อนไขเดิม แต่ก็มีความน่าสนใจ ช่วยตลาดได้ระดับหนึ่ง เสียดายเพียง การที่ยังกำหนดเพดานราคาไว้แค่บ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาทเท่านั้น เพราะหากเพิ่มไปถึงระดับ 5 ล้านบาท ตามที่เสนอแนะก่อนหน้า จะเพิ่มวอลลุ่มให้กับตลาดได้ราว 70-80% อย่างไรก็ตาม หากถามว่า ปีไหนเหมาะกับการซื้อที่อยู่อาศัย ก็คงตอบว่าปีนี้ เนื่องจาก ยังเห็นสัญญาณของผู้ประกอบการในการปรับตัว และทยอยออกโปรโมชั่น ช่วยเหลือลูกค้า จึงมองเป็นปีทองของผู้บริโภค ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยอย่างแท้จริง ทั้งโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และโครเปิดใหม่เดินเครื่องแนวราบ ปัจจัยดังกล่าว ซึ่งช่วยหนุนให้ลูกค้ามีความต้องการนั้น อาจจะช่วยผลักดันให้บริษัทบรรลุเป้าหมายการเติบโต 9% ได้สำเร็จ เพราะนอกจาก การทยอยรับรู้รายได้ในโครงการคอนโดฯที่จะแล้วเสร็จหลายโครงการแล้ว การสร้างยอดขายใหม่ในกลุ่มแนวราบ ที่จะหมุนเป็นรายได้ทันที ผ่านการพัฒนาโปรดักต์ใหม่ที่ถูกต้อง ทั้งในแง่ทำเล และระดับราคา จะเป็นส่วนขับเคลื่อนที่สำคัญเช่นกัน โดยปีนี้บริษัท มีแผนเบื้องต้นเปิดใหม่ 31 โครงการ ซึ่งจะเน้นขยายแนวราบไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น รวม 25 โครงการ (กรุงเทพฯ และปริมณฑล 11 โครงการ, ภูมิภาค 14 โครงการ) จากปัจจุบันปักหมุดแล้ว 19 จังหวัด ใช้โมเดลคล้ายกับการเจาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพิษณุโลก ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะประเมินจากจากฐานลูกค้า โอกาสการแข่งขันที่ดี เป็นต้น โดยขณะนี้ทยอยซื้อเก็บที่ดินอย่างต่อเนื่อง ส่วนทำเลหลัก กทม.-ปริมณฑล จะเดินเครื่องต่อเนื่อง สานต่อการเติบโตในปีที่ผ่านมา ซึ่งไฮไลท์อยากให้จับตามอง คือ การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ พร้อมแบบบ้านใหม่ ฟังก์ชันใหม่ ให้ตอบโจทย์ยุค New Normal เพื่อให้กินส่วนแบ่งตลาดได้ดีขึ้น

คอนโดฯไม่มีวันตาย นายไตรเตชะ กล่าวต่อว่า สำหรับคอนโดฯ นั้นบริษัท ยังให้ความสำคัญ เตรียมเปิดใหม่ 4 โครงการ เนื่องจากปีที่ผ่านมา แม้ตลาดซบแต่ทั้ง 3 โครงการใหม่ ยังสามารถทำยอดขายได้ดี หลังจากมองว่า ในภาวะแบบนี้ กำลังซื้อความต้องการยังมี หากศึกษาตลาดมาอย่างดี พัฒนาโปรดักต์ที่เหมาะสม และทำให้ลูกค้าเล็งเห็นถึงความคุ้มค่า ยอดขายก็ยังเกิดได้ ท่ามกลางการเปิดโครงการใหม่ที่คาดการณ์ว่า ค่อนข้างน้อย การแข่งขันน้อยลง สะท้อนจากการซื้อที่ดินของดีเวลลอปเปอร์ในช่วงปีที่ผ่านมา เป็นไปอย่าง เงียบเหงา การยื่นขออีไอเอ เบาบาง จึงเป็นโอกาสในการบุกของศุภาลัย จากโปรดักต์ที่หลากหลาย เซ็กเมนต์กว้างขึ้น จุดพลุกินส่วนแบ่งทางตลาดได้เยอะขึ้น

กลยุทธ์ฝ่าวิกฤติ ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีนี้ สำคัญสุด คือ การทำให้โครงการที่อยู่ในมือ เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย สร้างรายได้ได้ เนื่องจากปฎิเสธไม่ได้ว่า โควิดระลอกใหม่ กระทบต่อกระเป๋าเงินของลูกค้า ฉะนั้นปีนี้ การยืดผ่อนชำระเว้นเงินดาวน์ หรือ ชะลอการโอนฯ ให้กับลูกค้า ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดูแลช่วยเหลือ โดยอาศัยความแข็งแกร่งทางการเงินจุนเจือชั่วคราว ส่วนในแง่การทำงาน ภาพใหญ่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา บีบให้ผู้พัฒนาพลิกโฉมหลายด้าน ปีนี้ก็คงเช่นเดียวกัน ต้องปรับเปลี่ยน เพื่อให้บริษัทเดินได้เร็วขึ้น ทั้งในรูปแบบการทำงาน และการพัฒนาโปรดักต์ โดยนอกจากจะเน้นใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามามีบทบาท การลดต้นทุนก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยบริษัท ยังให้ความสำคัญในแง่ Economies of Scale (การประหยัดต่อขนาด) “การที่เราเปิดโครงการเยอะมากๆ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง เช่น ซื้อวัสดุ ว่าจ้าง คู่ค้าในปริมาณมาก ย่อมได้ส่วนลด ก็สามารถเคาะราคาถูกลงให้ลูกค้าได้ ยิ่งการซื้อที่ดินขนาดใหญ่ ราคาต่อไร่ถูกลง จริงอยู่ที่อาจทำให้จำนวนยูนิตมากตามไปด้วย แต่มั่นใจหากพัฒนาโปรดักต์ให้ลูกค้ามองเห็นความคุ้มค่า ย่อมขายได้ดี”

11/2/2564  ฐานเศรษฐกิจ (11 กุมภาพันธ์ 2564)

แนะนำคู่ค้า