info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.230.154.90

รัสเซียบุกอสังหาฯภูเก็ต ซื้อสูงสุด 40-60% เบียดลูกค้าจีนตกเกาะ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย เจาะลึกภาพรวมตลาดและแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ไทย ในช่วงไตรมาส 4/65-ไตรมาส 1/66 ฟื้นตัวต่อเนื่อง เผยตลาดบ้านหรู กทม.-ปริมณฑล ยอดขายโต 19,476 ยูนิต จับตาวิลล่าและคอนโดฯภูเก็ตร้อนแรงจากลูกค้ารัสเซีย-จีน ตลาดโรงแรมผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

วันที่ 27 มีนาคม 2566 มร.แฟรงค์ ข่าน กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2566 มีสัญญาณบวกจากโครงการใหม่หลายแห่งที่รอเปิดตัว จากความเชื่อมั่นผู้ซื้อที่สูงขึ้น การเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะเกิดขึ้น และการเปิดประเทศจีนเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ตลาดคอนโดมิเนียมในกลุ่ม Branded Residence ยังมีอัตราการขายได้ดีต่อเนื่อง ลูกค้าเป็นกลุ่มกำลังซื้อสูง อาทิ คนไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง เป้าหมายซื้อลงทุนระยะยาว และซื้อเพื่ออยู่อาศัย บริการระดับ 5-6 ดาว อนาคตราคาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

คอนโดภูเก็ต Q4/65

ส่วนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่และการขายต่อ (มือสอง) คอนโดมิเนียมหรูหลายแห่งมีผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไตรมาส 1/66 การขายต่อมีความต้องการและยอดขายสูงในทำเล “วิทยุ หลังสวน เอกมัย” รับอานิสงส์กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากต่างชาติหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด และส่วนใหญ่กระตุ้นการขายด้วยส่วนลด 15%

ด้านซัพพลายรวมมีทั้งสิ้น 8,953 ยูนิต ส่วนใหญ่อยู่ในชานเมืองกรุงเทพฯ การเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/65 และลดลง 20.4% เทียบกับไตรมาส 4/64

ในด้านความต้องการโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ก็ลดลงเช่นกัน เหลือ 28.8% จาก 30.7% ในไตรมาส 3/65 ซึ่งราคาขายคอนโดมิเนียมในไตรมาส 4/65 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในทุกพื้นที่เฉลี่ย 0.29% เนื่องจากรัฐยุติมาตรการ LTV ในขณะที่ลูกค้ากลุ่มหลักยังเป็นนักลงทุนที่ซื้อเพื่อปล่อยเช่า

บ้านหรูราคา 10-20 ล้านเติบโตสูง

ผลสำรวจบ้านระดับบนในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบว่า บ้านราคา 10-100 ล้านบาทขึ้นไป มียอดขาย 19,476 ยูนิต สัดส่วน 79.2% จากทั้งหมด 24,602 ยูนิต

ทั้งนี้ อัตราการขายลดลง 3.9% จากครึ่งปีแรก 2565 แต่ก็เพิ่มขึ้น 1.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 จากซัพพลายที่เพิ่ม 2 เท่าของซัพพลายที่เหลืออยู่

คาด 1-2 ปีคอนโดฯภูเก็ตฟื้นตัวเท่ากับยุคก่อนโควิด

สำหรับจังหวัดภูเก็ตยังเป็นตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อพักผ่อนที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ส่วนใหญ่อยู่ทำเล “หาดบางเทา” มากถึง 45% รองลงมา “หาดลายัน” 31% และอื่น ๆ

ภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตช่วงปลายปี 2565 ขายได้ 18,613 ยูนิต จาก 24,211 ยูนิต สัดส่วน 76.9% ลดลงจากปี 2564 ณ ปัจจุบันมียูนิตเหลือขายอยู่ในตลาด 5,598 ยูนิต คาดว่าตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติเหมือนช่วงก่อนโควิดภายใน 1-2 ปี

ทิศทางตลาดวิลล่า มีแนวโน้มสดใส ซัพพลาย-ดีมานด์ทั้งการซื้อและเช่าพบว่าชาวต่างชาติบางคนสนใจซื้อบ้านที่ภูเก็ตไว้เป็นบ้านหลังที่สอง บางคนสนใจเช่าวิลล่ามากกว่าคอนโดมิเนียม สร้างผลตอบแทนปล่อยเช่า 8-10% ต่อปี

ในช่วงปลายปี 2565 วิลล่าในภูเก็ต ขายได้ 3,595 ยูนิต จากทั้งหมด 4,375 ยูนิต คิดเป็นอัตราขาย 82.1% เพิ่มขึ้น 1% จากปี 2564 ที่มียูนิตใหม่ขายได้ 341 หลัง

ตลาดวิลล่าภูเก็ต Q4-65

จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดวิลล่า เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางเข้ามาในไทยด้วยเหตุผลต้องการหนีภาวะสงคราม และท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับความกังวลนโยบายห้ามโอนเงินข้ามประเทศหรืออายัดบัญชี ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมประเภทเดบิตได้ในอนาคต

โดยทำเลที่ได้รับความนิยมในการพัฒนาวิลล่ามากที่สุด คือ “ตำบลเชิงทะเล” แม้ไม่ติดชายหาดแต่ใกล้ภูเขาและป่าไม้ บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน

ลูกค้ารัสเซียบุกภูเก็ต 7 หาดดัง

นายณัฏฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว โดยชาวรัสเซียมีสัดส่วนมากถึง 40-60% จากลูกค้าทั้งหมด หากเทียบกับเมื่อก่อนจะมีสัดส่วนเพียง 10-15%

เท่านั้น โดยความสนใจจะอยู่ที่ทำเล “หาดกะตะ หาดกะรน หาดป่าตอง หาดกมลา หาดบางเทา เชิงทะเล (ลากูน่า) หาดในทอน” ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ดังกล่าวขยับขึ้น 15-20%

ทั้งนี้ คาดว่าความต้องการของลูกค้ารัสเซียจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยการตัดสินใจซื้อมองเรื่องทำเล ราคาขาย และชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการ ซึ่งนอกจากชาวรัสเซียแล้วยังมีความต้องการจากลูกค้าชาวจีนสนับสนุนเข้ามาอีกทางหนึ่ง

26/3/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 26 มีนาคม 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS