info@icons.co.th 02 810 8892-6 34.239.176.54

ตระกูลชินวัตร ขายที่ดิน 22 แปลง ให้ “เอสซี แอสเสท” 1,239 ล้านบาท

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

“เอสซี แอสเสท” ขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซื้อที่ดินจาก “ครอบครัวชินวัตร” 22 แปลง มูลค่า 1,239 ล้านบาท เพื่อลงทุนสร้างคอนโดมิเนียมฝั่งธนฯ ถนนลาดหญ้า รับรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ส่วนต่อขยาย

วันที่ 17 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าบริษัท เอสซี แอสเสท โฟร์ จำกัด (SC FOUR) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอสชี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC) มีแผนจะเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินทั้งหมด 22 แปลง พื้นที่รวม 4 ไร่ 3 งาน 36.3 ตารางวา บนถนนลาดหญ้า จากบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (RENDE) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวโยงกันกับบริษัทเอสซีฯ มูลค่ารวม 1,239.23 ล้านบาท เพื่อนำที่ดินมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ตามแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัท เอสซี แอสเสท โฟร์ จำกัด (SC FOUR) ในฐานะผู้ซื้อ และบริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (RENDE) ในฐานะผู้ขาย ถือเป็นคู่สัญญาที่บุคคลมีความเกี่ยวข้องกัน

โดย SC FOUR มีฐานะเป็นบริษัทย่อย ของบริษัท SC ซึ่งครอบครัวชินวัตรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 60.29% (น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 28.81%, น.ส.พินทองทา ชินวัตร 27.89%, คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ 2.78%, นายพานทองแท้ ชินวัตร 0.33%) ในบริษัทเอสซี แอสเสทฯ และเป็นผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ

ขณะเดียวกัน “ครอบครัวชินวัตร” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน RENDE ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 100% ของบริษัท

ประกอบกับนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองประธานกรรมการของ SC และดำรงตำแหน่งกรรมการของ SC FOUR และเป็นสามีของนางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ซึ่งถือหุ้นใหญ่ของบริษัท SC จำนวน 1,176,915,495 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.89 และถือหุ้นใน RENDE จำนวน

138,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565)

ดังนั้น การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าว ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ของบริษัท SC โดยต้องได้รับคะแนนเสียงอนุมัติไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย

โดยทางบริษัท SC กำหนดจะมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ในวันพุธที่ 19 เมษายน 2566 นี้

นอกจากนี้ บริษัทเอสซีฯ ต้องจัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของรายการและความเป็นธรรมของราคาและเงื่อนไขของรายการต่อผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติเข้าทำรายการ

ขณะที่ทางบริษัท SC ได้ทำเอกสารต่อผู้ถือหุ้น โดยชี้แจงว่า SC FOUR ได้พิจารณาถึงแนวโน้มของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการเปิดประเทศเต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ประกอบกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลฝั่งธนบุรี (วงเวียนใหญ่-ลาดหญ้า) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ

ในขณะที่อุปทานพร้อมขายในทำเลบริเวณใกล้เคียงโครงการเหลือเพียง 75 ยูนิต และมีอุปทานเพิ่มอีก 508 ยูนิตของโครงการ Flo by Sansiri ที่เพิ่งเปิดโครงการเมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2565 รวมเป็น 583 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่บริษัทย่อยของบริษัทจะลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลดังกล่าว

นอกจากนี้ SC FOUR ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ทั้งด้านการตลาด การเงิน การก่อสร้าง และข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าโครงการนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบความสำเร็จ และสอดคล้องกับทิศทางและนโยบายทางธุรกิจ

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกรรมการที่มีส่วนได้เสียมิได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงในวาระนี้ ได้มีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 พิจารณาอนุมัติให้บริษัท SC FOUR ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SC เข้าทำ

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวจำนวน 22 แปลง พื้นที่รวมประมาณ 4 ไร่ 3 งาน

สำหรับการชำระค่าที่ดินจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ 124 ล้านบาท จะชำระในวันที่เข้าทำสัญญา และส่วนที่สองคือ 1,115.23 ล้านบาท จะชำระในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมทั้งสองส่วนเป็นจำนวนเงิน 1,239.23 ล้านบาท

ทั้งนี้ SC FOUR จะใช้เงินทุนจากการกู้ยืมสถาบันการเงินและเงินจากส่วนของทุนในสัดส่วน 70:30

17/4/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 17 เมษายน 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS