info@icons.co.th 02 810 8892-6 34.239.176.54

AWC ทุ่ม 6,500 ล้าน เปิดโครงการ “เออีซี ฟู้ด โฮลเซล ประตูน้ำ”

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

AWC ทุ่มงบฯ 6,500 ล้าน เปิดโครงการ “เออีซี ฟู้ด โฮลเซล ประตูน้ำ” ที่จะรวมผู้ค้าส่งอาหารทั่วโลกกับผู้ซื้อทั่ว AEC มาไว้ในที่เดียวแบบครบวงจร

วันที่ 19 เมษายน 2566 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการ เออีซี ฟู้ด โฮลเซล ประตูน้ำ (AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM) ภายใต้แนวคิด INTEGRATED WHOLESALE PLATFORM FOR NONSTOP OPPORTUNITY ด้วยแพลตฟอร์มการค้าส่งครบวงจร

เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบไร้ขีดจำกัด พร้อมโซลูชั่นที่ครบครันผ่าน Ecosystem ที่รวมพลังพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นการนำผู้ค้าส่งอาหารทั่วโลกกับผู้ซื้อทั่ว AEC (ASEAN Economic Community) มาไว้ในที่เดียว

รวมทั้งพัฒนาแพลตฟอร์มค้าส่งที่เชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์ (ONLINE-OFFLINE INTEGRATION) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ซื้อและผู้ขายให้สามารถพบปะเจรจาธุรกิจกันผ่านออฟไลน์แพลตฟอร์มได้ตลอด 365 วัน และออนไลน์แพลตฟอร์มได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ขั้นตอนการสรรหาสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งและชำระค่าสินค้า จึงเป็นการเชื่อมต่อผู้ซื้อผู้ขายข้ามทวีป

อีกทั้งเป็นการดึงผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาทำธุรกิจ ทั้งจากไทยและในภูมิภาคอาเซียน พร้อมตั้งเป้าหมายให้ เออีซี ฟู้ด โฮลเซล ประตูน้ำ (AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM) ก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการค้าส่งอาหารของภูมิภาคอาเซียนที่ครบวงจร

เออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ (AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM)

โดยใช้งบประมาณของการลงทุนในโครงการรวมประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งเป็น งบประมาณรวม ตั้งแต่การเข้าไปลงทุนซื้อพันธุ์ทิพย์ และมีการปรับรีโนเวตโครงการใหม่ ซึ่งมูลค่าโครงการรวมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เออีซี ฟู้ด โฮลเซล ประตูน้ำ จะตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ใจกลางกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ โดยมีพื้นที่อาคารรวม (Gross Floor Area) กว่า 67,000 ตารางเมตร

ซึ่งบริษัทมีแผนเปิดศูนย์ค้าส่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ และคาดว่าจะมีภาคเอกชนเข้ามาอยู่ในพื้นที่รวม 600 ร้านค้า อาทิ อาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็นและผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องปรุงและวัตถุดิบ ข้าว เครื่องดื่ม กาแฟและชา ขนมขบเคี้ยวและขนมหวาน และของใช้ในครัวเรือน

โดยศูนย์ค้าส่งนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อทั่ว AEC ให้สามารถเข้าถึงสินค้าจากผู้ประกอบการกลุ่มอาหารชั้นนำทั่วโลก ได้โดยตรง ด้วยราคาต้นทาง และผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทที่มีคุณภาพ และความน่าเชื่อถือ โดยจะมีไลน์สินค้าให้เลือกถึง 8 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจากพันธมิตรชั้นนำ อีกทั้งมีศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการ (Solution Service Center : SSC) ที่ช่วยให้คำปรึกษาด้านการส่งออกและนำเข้าสินค้า

ขณะเดียวกันยังเป็นการร่วมสนับสนุนประเทศไทยให้เป็นประตูเชื่อมของอุตสาหกรรมการค้าส่งในตลาด AEC หรือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกว่า 10 ประเทศสมาชิก ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงด้วยจำนวนประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน

โดยประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเชื่อมต่อการค้าส่งไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางค้าส่งอาหารของภูมิภาคอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การจัดทำโครงการนี้ได้มีความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และอี้อู (Yiwu) ผู้พัฒนาและบริหารตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากเมืองอี้อู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทาง AWC เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และหอการค้าจากประเทศต่าง ๆ อาทิ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย หอการค้าไทย-แคนาดา หอการค้าไทย-นิวซีแลนด์ หอการค้าสวิส-ไทย สมาคมหอการค้าไทย-สเปน

นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชนผู้นำธุรกิจอาหารชั้นนำของไทย อาทิ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีเอฟ โกล บอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน) บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

“โครงการ AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM จะเป็นเสมือนประตูเชื่อมที่จะพาผู้ประกอบการค้าส่งให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดที่เชื่อมต่อโอกาสในรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์อนาคตครบวงจร ผ่านเครือข่าย Ecosystem ที่มี AWC และพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าส่งของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางค้าส่งอาหารของภูมิภาคอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางวัลลภากล่าวทิ้งท้าย

19/4/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 19 เมษายน 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS