info@icons.co.th 02 810 8892-6 100.28.227.63

AI คลื่นลูกใหม่ พลิกโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

LWS ระบุ นวัตกรรม “AI” กำลังเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่การจัดหาที่ดิน วิเคราะห์การตลาด การออกแบบ ตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุน และเวลาในการทำธุรกิจอสังหาฯ ในปัจจุบัน

วันที่ 5 กันยายน 2566 นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด หรือ LWS บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเครือ บริษัท LPN กล่าวว่า นวัตกรรม AI กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันและอนาคต หลังจาก ChatGPT ได้กลายเป็นตัวจุดชนวนกระแส AI ไปทั่วทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่ปลายปี 2565

ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ก็มีการนำ AI เข้ามาพัฒนาทุกกระบวนการ โดยบริษัทอสังหาฯ ในต่างประเทศนำ ChatGPT ช่วยด้านส่งเสริมการขาย และการตลาด การโฆษณา ทำให้ปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการนำ AI มาช่วยปฏิวัติวิธีคิดของผู้พัฒนาอสังหาฯ เปลี่ยนกระบวนการวางแผน และสร้างสรรค์โครงการใหม่ ๆ ขึ้นมา โดยไม่จำกัดเพียงแค่ในสเกลของพัฒนาโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่ AI ยังมีศักยภาพไปถึงขั้นพัฒนาในสเกลเมืองทั้งเมืองได้

โดยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสถาปนิก, บริษัทพัฒนาอสังหาฯ และผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี ผนึกกำลังสร้างซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ, ลดใช้ทรัพยากร และเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับที่ดินรอการพัฒนา

เช่น Jay Shah สถาปนิกอินเดีย บริษัท Access Architect ผันตัวมาสร้าง KAIZENai โปรแกรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์

โปรแกรมของเขาช่วยเผยมุมมองการออกแบบโครงการได้เห็น ก่อนจะนำไปสู่การตัดสินใจปรับแบบโดยผู้เชี่ยวชาญในภายหลัง เพื่อให้อาคารออกแบบสมบูรณ์ 100%

กระบวนการปรับแบบ ได้ AI เข้ามาช่วย ทำให้สำเร็จได้ภายใน 28 วัน ช่วยลดกระบวนการทำงานแบบเดิมที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน

Ajmera Realty โครงการอาคารสูงแห่งหนึ่งในเมืองมุมไบ ผลงานของ KAIZENai แรกเริ่มโครงการได้ออกแบบวางผังไปแล้วส่วนหนึ่ง ก่อนจะให้ KAIZENai เข้ามาช่วยปรับปรุง

AI ตัวนี้รับทราบถึงข้อจำกัดของโครงการที่ออกแบบไปแล้ว เข้ามาช่วยปรับปรุงผังอาคารให้ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนตำแหน่งเสา, Core อาคาร, Shaft รวมไปถึงลดขนาดช่องลิฟต์ให้เล็กลง ส่งผลให้สามารถลดพื้นที่ส่วนกลางที่เสียเปล่า (Waste Space) ไปได้กว่า 27% ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็นลงไปมากกว่า 35%

ยิ่งไปกว่านั้น ในมุมมองของผู้บริหารอาคาร พื้นที่ส่วนกลางที่น้อยลงนั้น หมายถึงค่าไฟและ การผลิต Carbon Footprint ที่น้อยลงเช่นกัน

นอกจากนี้ KAIZENai ยังช่วยออกแบบลดพื้นที่ชั้นจอดรถให้น้อยลง แต่ได้พื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้น 62 คัน ทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นพื้นที่ขายเพิ่ม 15% และอัตราที่จอดรถต่อพื้นที่ขายของโครงการเพิ่มขึ้น 13%

Jay Shah ผู้บริหารของ KAIZENai ให้ความเห็นว่า เป็นเพียงก้าวแรก ๆ ของการใช้งาน AI ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ยังมีความเป็นไปได้ให้เราค้นหาและเพิ่มมูลค่าได้อีกมหาศาล

สำหรับกระบวนการจัดหา ใช้เวลาในการทำงานที่ยาวนาน เริ่มตั้งแต่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องพิจารณาที่ดินแต่ละแปลงว่าสามารถนำมาพัฒนาเป็นอะไรได้บ้าง เหมาะสมกับการพัฒนาหรือไม่

กระบวนการนี้อาจกินเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อตัดสินใจซื้อที่ดินแล้ว ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องมีกระบวนการวิเคราะห์ทำเล ความเป็นไปได้ในเรื่องการลงทุน การออกแบบ รวมเวลาไม่น้อยกว่า 8 เดือน

ปัจจุบันได้มีการพัฒนา AI ที่เข้ามาปฏิวัติวิธีการคำนวณความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ หรือ Feasibility Study แล้ว

โดย Deepblock เป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ที่ดินด้วย AI ช่วยลดเวลา ทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เห็นได้ทันทีว่าที่ดินแต่ละทำเลในเมืองเหมาะใช้งานประเภทใด เชิงพาณิชย์หรือที่อยู่อาศัย

ให้เป็นไปตามที่กฏหมายกำหนด สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการ จำนวนประชากร กำลังซื้อภายในทำเล ซึ่งเป็นข้อมูลที่นำไปสู่การตัดสินใจ ช่วยลดเวลาของผู้ประกอบการอสังหาฯให้เหลือเพียงไม่ถึงสัปดาห์

Ramos ผู้บริหารของ Deepblock กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้สามารถสแกนเมืองทั้งเมือง แล้วทำให้เห็นว่าจากที่ดิน 10,000 แห่งในเมืองนั้น มี 5 แห่งที่เหมาะสมตรงตามความต้องการของผู้พัฒนาอสังหาฯ

แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถลดทั้งเวลาในการทำงานและลดต้นทุนในการพัฒนาโครงการ อาทิ ลดค่าใช้จ่ายจ้างที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000-20,000 USD

แต่ Deepblock ช่วยให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ สามารถประเมินที่ดินได้หลายพันที่ดิน ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงไม่ถึง 20% ของค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการ

ปัจจุบัน Deepblock มีลูกค้า เช่น Greystar ผู้พัฒนาโครงการ Rockefeller’s Residential โดย Greystar กล่าวว่า การใช้ AI ทำให้สามารถหาที่ดินที่มีศักยภาพได้กว่า 20 แห่ง ภายในเวลาเพียง 1 วัน

นายประพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า KAIZENai และ Deepblock เป็นหนึ่งในบริษัทจำนวนมากที่ดึงดูดให้ผู้พัฒนาอสังหาฯหันมาสนใจเทคโนโลยีช่วยในการทำงานมากขึ้น

ยังมีอีกหลากหลายบริษัทที่พัฒนา AI Solution เช่น Archistar แพลตฟอร์มประเมินที่ดินและทราบอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI)

Giraffe แพลตฟอร์มที่จำลองเมืองทั้งเมืองวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ, Hypar แพลตฟอร์มที่นำมาช่วยสร้างแบบจำลองอาคาร (BIM) เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

“AI ถึงแม้ปัจจุบันยังเป็นช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนทั้งเวลาและการเงินให้กับผู้ประกอบการอสังหาฯ และต้นทุนที่ลดลงจะส่งต่อไปสู่การพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ เพื่อส่งต่อไปยังผู้บริโภค จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะเริ่มศึกษาและนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้” นายประพันธ์ศักดิ์กล่าว

5/9/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 5 กันยายน 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS