info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.230.154.90

มั่นคงเคหะการปรับโครงสร้าง โปรโมตคลังสินค้า-โรงงาน เรือธงสร้างรายได้เข้าบริษัท

Industrial News / ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม

MK-บมจ.มั่นคงเคหะการ ปรับโครงสร้างธุรกิจ ขยายพอร์ต “คลังสินค้า-โรงงานให้เช่า” เป็นเรือธงหลัก รับโอกาสภาคอุตสาหกรรมโลกขยายฐานการผลิตสู่อาเซียน หนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เตรียมขออนุมัติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 1 มีนาคมนี้

วันที่ 30 มกราคม 2567 นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า บริษัทดำเนิน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ภายใต้แบรนด์บ้าน “ชวนชื่น”

2.ธุรกิจอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าผ่านบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ถือหุ้นในบริษัท บีเอฟทีแซด วังน้อย จำกัด (BFTZWN) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสัดส่วน 50% และลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT REIT) สัดส่วน 8.61%

3.ธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพและให้บริการด้านที่พักภายใต้บริษัท อาร์เอ็กซ์ เวลเนส จำกัด (RXW) 2 แห่ง ได้แก่ โครงการรักษ เวลเนส บางกระเจ้า ภายใต้แบรนด์ “Rakxa” รวมเนื้อที่ 108 ไร่ และอาร์เอ็กซ์วี เวลเนส วิลเลจ ภายใต้แบรนด์ “RXV” เนื้อที่ 10 ไร่

ล่าสุด คณะกรรมการของบริษัท เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 ในวันที่ 1 มีนาคม 2567 นี้ เวลา 14.00 น. ณ ห้องคราวน์บอลรูม ชั้น 21 โรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพ ลุมพินี พาร์ค เพื่อขออนุมัติปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของบริษัท

โดยบริษัทจะขายหุ้นสามัญของ RXW 13,799,998 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท สัดส่วน 100% ของหุ้นที่ได้จำหน่ายแล้วทั้งหมด ให้แก่บริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (FNS) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท มูลค่า 276 ล้านบาท

และจำหน่ายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการประกอบธุรกิจบริการด้านสุขภาพ มูลค่า 84 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 360 ล้านบาท พร้อมให้สิทธิการเช่าที่ดินและอาคารสำหรับธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพ เป็นเวลา 10 ปี มูลค่าการเช่า 1,770 ล้านบาท

นอกจากนี้ FNS จะต้องให้กู้ยืมเงินแก่ RXW เพื่อนำมาคืนเงินกู้และดอกเบี้ยแก่บริษัท ขณะเดียวกันจะขออนุมัติซื้อหุ้นสามัญและหน่วยทรัสต์จาก FNS ประกอบด้วย 1.หุ้นสามัญของ BFTZWN จำนวน 24,999 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 2,000.08 บาท รวมมูลค่า 50 ล้านบาท สัดส่วน 50% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

และ 2.หน่วยทรัสต์ PROSPECT REIT 83,212,061 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หน่วยละ 9.4697 บาท ในราคาหน่วยละ 9.3885 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 781 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 22.19% ของหน่วยทรัสต์ที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ ภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ จะส่งผลให้บริษัทมีสัดส่วนถือหุ้น BFTZWN ผ่านบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด จากเดิม 50% เพิ่มเป็น 100% และมีอำนาจตัดสินใจและสิทธิในการบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ PROSPECT REIT จาก 8.61% เพิ่มอีก 22.19% รวมเป็น 30.80%

ตลอดจนเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านเงินลงทุนให้กับบริษัท เนื่องจากหน่วยทรัสต์ PROSPECT REIT มีสภาพคล่องในการซื้อขายที่ดี

นายวรสิทธิ์กล่าวต่อว่า การปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในอนาคต ที่มุ่งเน้นให้มีการเติบโตจากธุรกิจอาคารคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่าที่มีความเชี่ยวชาญเป็นธุรกิจหลัก

เพราะ BFTZWN และ PROSPECT REIT เป็นบริษัทและกองทรัสต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาคารคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ที่มีอัตราการเติบโตที่ดี และจะส่งผลต่อการเติบโตของผลการดำเนินงานที่มั่นคงในอนาคต

ขณะที่ธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพอยู่ในช่วงเริ่มเปิดดำเนินการ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมา การขายหุ้นจะทำให้บริษัทลดภาระการจัดหาเงินทุนเพื่อการดำเนินงานและขยายการลงทุน

อย่างไรก็ดี การปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้บริษัทขยายธุรกิจอาคารคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่าอย่างต่อเนื่อง และอาจกระทบกับภาระหนี้เพิ่มเติมซึ่งบริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อแก้ไขข้อกำหนดสิทธิ ในส่วนของอัตราส่วนทางการเงินที่ต้องดำรงไว้ (Debt/Equity Ratio)

30/1/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 30 มกราคม 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS