info@icons.co.th 02 810 8892-6 44.201.97.224

พีดีเฮ้าส์ ชี้พิษเศรษฐกิจฉุดตลาดชะลอตัวมากที่สุดรอบ 3 ปี

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

พีดีเฮ้าส์ เปิดเผยตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศปี 2566 มูลค่า 1.72 แสนล้านบาท ลดลง 14% ขณะที่ตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศปีเดียวกัน มูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท หดตัว 18% ประเมินแนวโน้มตลาดบ้านสร้างเองและตลาดรับสร้างบ้านปี 2567 ชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 3 ปี ผลกระทบจากเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยธนาคาร ราคาวัสดุ-ค่าก่อสร้างบ้านพุ่งสูง มีแผนแต่งตั้งคณะผู้บริหารรุ่นใหม่

วันที่ 21 มีนาคม 2567 นายสิทธิพร สุวรรณสุต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของสิทธิและผู้บริหารมาตรฐานศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่าปริมาณและมูลค่าตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศปี 2566 ชะลอตัวตามที่คาดการณ์ไว้

โดยในปี 2565 ปริมาณและมูลค่าตลาดบ้านสร้างเองอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท แต่ในปี 2566 พบว่าตัวเลขมูลค่าตลาดลดลงเหลือ 1.72 แสนล้านบาท หรือลดลงคิดเป็น 14% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ซบเซา ส่งผลให้กำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านของประชาชนลดลง

ในส่วนของตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศ โดยกลุ่มบริษัทรับสร้างบ้านหรือศูนย์รับสร้างบ้าน พบว่าปริมาณและมูลค่าตลาดปรับตัวลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ในปี 2565 ขนาดตลาดรับสร้างบ้านมีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท แต่ปรากฏว่าปี 2566 ปรับตัวลดลงเหลือ 1.8 หมื่นล้านบาท หรือลดลงเฉลี่ย 18% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยมูลค่าตลาดที่ชะลอตัวและปรับลดลงมากที่สุดตามลำดับได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคอีสาน นับเป็นสัดส่วนที่ปรับลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

สำหรับ พีดีเฮ้าส์ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลงเช่นกัน จนต้องมีการปรับตัวด้วยการขยายสาขาในพื้นที่ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก 3 จังหวัด ประกอบด้วย สาขากรุงเทพฯ (ลาดกระบัง) ชัยภูมิ และลพบุรี เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านในจังหวัดนั้น ๆ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าพอใจเพราะยังคงรักษาเป้ายอดขายบ้านที่ตั้งไว้ได้

แนวโน้มและทิศทางตลาดบ้านสร้างเองปี 2567 ประเมินว่ากำลังซื้อและความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคและประชาชนยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจและการค้าที่ซบเซา อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมธนาคาร ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าก่อสร้างบ้านสูงขึ้นมาก ปัญหาค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือน ฯลฯ

โดยเฉพาะกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องการสร้างบ้านขนาดเล็กพื้นที่ใช้สอยไม่เกิน 100-120 ตารางเมตร หรือราคาบ้านไม่เกิน 2 ล้านบาท และผู้บริโภคกลุ่มที่ต้องการสร้างบ้านขนาดใหญ่พื้นที่ขนาด 500 ตารางเมตรขึ้นไป หรือราคามากกว่า 10 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับผลกระทบและมีสัดส่วนลดลงมากที่สุดในปีนี้ ทั้งนี้ปัญหาหลัก ๆ ได้แก่การฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจประเทศ และนโยบายภาครัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ไม่ชัดเจนและล่าช้า ซึ่งยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกใด ๆ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนในการจับจ่ายใช้สอย หรือลงทุนในทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการลงทุนเรื่องบ้านหรือสร้างบ้านเอง

แนวโน้มการแข่งขันตลาดรับสร้างบ้านในปี 2567 พีดีเฮ้าส์ ประเมินว่าการแข่งขันราคาจะรุนแรงในทุกเซ็กเมนต์ สาเหตุสำคัญเกิดจากขนาดของตลาดรับสร้างบ้านที่หดตัว และการเข้ามาแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ตลอดจนการขยายสาขาหรือตลาดในพื้นที่ใหม่ ๆ ของรายเดิม โดยเฉพาะตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ภาคอีสาน คาดว่าจะแข่งขันกันรุนแรงจากทั้ง 2 ปัจจัยข้างต้น

นอกจากนี้ การเริ่มรุกหนักตลาดรับสร้างบ้านของเอสซีจีในฐานะผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ อาจทำให้การแข่งขันในปีนี้ร้อนแรงขึ้นกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ทั้งนั้นหากผู้ประกอบการรายเดิม ๆ และรายใหม่ที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจนี้ไม่ปรับตัวอาจแข่งขันลำบากและยากมากขึ้น

ด้าน นางสาวถิรพร สุวรรณสุต ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร สายงานส่งเสริมธุรกิจ เปิดเผยถึงนโยบายและแผนกลยุทธ์ที่จะใช้ในแข่งขันในปี 2567 นี้ว่าเป็นปีที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานและบุคลากรภายในองค์กรใหม่ สืบเนื่องจากผู้บริหารรุ่นบุกเบิกเกษียณอายุงานหลายท่าน พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน ปีนี้จึงไม่ได้มุ่งแข่งขันหรือรุกตลาดรับสร้างบ้านมากนัก ต้องมีการปรับตัวและเตรียมความพร้อมแทน โดยจะหันมาให้ความสำคัญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อจะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่ม Gen X และ Gen Y มากขึ้น

21/3/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 21 มีนาคม 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS