info@icons.co.th 02 810 8892-6 44.201.97.224

ศุภาลัย จับมือ หัวเว่ย-ไอออน ติดโซลาร์ 15,000 หลัง ภายใน 4 ปี ขึ้นแท่นผู้นำบ้านกรีน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บมจ.ศุภาลัยเดินหน้าจับมือพันธมิตรผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด หัวเว่ย และไอออน ลุยติดตั้งโซลาร์เซลล์ บ้านพร้อมขายทั่วประเทศ ตอกย้ำแบรนด์อันดับหนึ่ง ด้านนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน วางโรดแมป 5 ปี (2567-2571) ยกระดับสู่บ้านประหยัดพลังงานทั่วประเทศ ติดตั้ง 15,000 หลังคาเรือน ผลักดันเต็มสูบสู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

วันที่ 27 มีนาคม 2567 นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาคธุรกิจอสังหาฯ มีส่วนในการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบริษัทตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว พร้อมวางกลยุทธ์ สร้างพันธกิจเพื่อผลักดันให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นในระยะยาว สู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

พร้อมตั้งเป้าหมายระยะกลาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 โดยวางแผนรองรับที่สามารถทำได้จริง ซึ่งการผลักดันการใช้พลังงานสะอาด สำหรับที่อยู่อาศัยเป็น 1 ในแผนดำเนินงาน

โดยนายไตรเตชะได้เปิดเผยว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมาก ถามว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วลูกค้านึกถึงอะไรบ้างเมื่อพูดถึงโซลาร์รูฟ เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ เมื่อ 5 ปีที่แล้วลูกค้าบอกว่าถ้ามันประหยัดได้ก็ดีนะซึ่ง 5 ปีที่แล้วโซลาร์รูฟก็อาจจะยังไม่เมกเซนส์เรื่องราคามากนัก มาถึงวันนี้แทบจะเป็นจุดที่สำคัญที่ลูกค้าครอบครัวใหญ่ให้ความสนใจและคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องมี”

บริษัทจึงมีเป้าหมายในการติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” 15,000 หลัง ภายในปี 2571 โดยปัจจุบันได้อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการที่จะดำเนินการติดตั้งไปแล้วกว่า 30% ครอบคลุมกว่า 29 จังหวัด ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวสามารถคำนวณยอดผลิตกระแสไฟฟ้ารวมได้ 82,300 เมกะวัตต์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 49,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า เสมือนการปลูกต้นไม้ทดแทน 3.2 ล้านต้น และลูกบ้านยังสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 20,000-30,000 บาทต่อปี

ด้วยปัจจัยหนุน 3 ข้อ ที่ทำให้ศุภาลัยมั่นใจว่าโครงการบ้านโซลาร์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะเป็นตัวส่งเสริมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของพลังงานสะอาด และทำให้บริษัทขึ้นแท่นเป็นผู้นำในตลาดบ้านกรีน

1.ประเทศไทยมีนโยบาย Net Zero ซึ่งต้องมีการช่วยกันในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน

2.ตลาดบ้านโซลาร์เซลล์ มีจุดคุ้มทุนที่นาน แผงโลาร์ถูกลง ทำให้จุดคุ้มทุนใกล้ตัวมากขึ้นอยู่ที่ 5-7 ปี

3.มาตรการจากภาครัฐ อาทิ ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ และสินเชื่อบ้านกรีน เป็นต้น

นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทคิดค้นนวัตกรรมด้านการก่อสร้าง การออกแบบ รวมถึงการพัฒนาวัสดุก่อสร้างเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าที่อยู่อาศัยในทุกประเภทเป็น “บ้านรักษ์โลก” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ผ่าน 5 แกนหลัก ดังนี้

1.นวัตกรรมเพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ออกแคมเปญ “Supalai Self-Proved เชิญชวนพิสูจน์ผลลัพธ์ของนวัตกรรมการก่อสร้างอย่างรักษ์โลก ผ่าน Supalai Waste Meter มาตรวัดปริมาณขยะจากการก่อสร้าง โดยให้น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และนวัตกรรมด้านต่าง ๆ อาทิ การออกแบบบ้าน/อาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบเพื่อลดเศษวัสดุเหลือใช้ และการออกแบบเพื่อลดมลพิษทางอากาศ

2.การเป็นบ้านประหยัดพลังงาน มีการออกแบบวางผังตัวบ้าน/ตัวอาคารให้อยู่ในแนวเหนือใต้เพื่อหลบแดดและรับลม เน้นการออกแบบช่องเปิดประตูหน้าต่างหลายทิศทาง เพื่อการระบายอากาศที่ดี และมีการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยระบายความร้อน อีกทั้งเลือกใช้เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5

3.การออกแบบเพื่อคนทุกวัย โดยบริษัทคำนึงถึงการออกแบบฟังก์ชั่นภายในบ้าน และการใช้งานต่าง ๆ เพื่อรองรับทุกเพศ ทุกวัยให้ได้รับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะฟังก์ชั่นเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

4.การปฏิวัติใช้พลังงานสะอาด นอกจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และจุดติดตั้ง EV Charger ให้กับลูกบ้านศุภาลัยกว่า 15,000 หลังทั่วประเทศแล้ว บริษัทมีความมุ่งมั่นเพื่อพิชิตเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน

5.กิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากการสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

บริษัทพร้อมสนับสนุนนโยบายระดับประเทศด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการให้ความสำคัญและส่งเสริมงานด้านความยั่งยืนในมิติการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกภาคส่วนขององค์กร อาทิ การปลูกต้นไม้บนที่ดินของบริษัท เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์, เปลี่ยนการใช้ปุ๋ยเคมี สู่ปุ๋ยอินทรีไบโอ และสนับสนุนสินเชื่อ Green Loan

นายโลแกน ยู ประธานกรรมการกลุ่มธุรกิจดิจิทัลพาวเวอร์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ผู้ออกแบบโซลูชั่นอุปกรณ์แปลงผันกำลังไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน หัวเว่ยจะดำเนินตามเป้าหมายเรื่องการส่งเสริมให้ทั้งภาคองค์กรและครัวเรือนในประเทศไทย ร่วมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผ่านความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์รายสำคัญของเราในประเทศไทย

โดยหัวเว่ยจะสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านวิชาการและเทคโนโลยี รวมทั้งช่วยพัฒนาโมเดลธุรกิจและการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านโปรแกรม Smart Design 2.0 สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจของ บมจ.ศุภาลัย โดยร่วมกับไอออน เอเนอร์ยี่ ในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อโปรโมตโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศไทย

นายพงศภัค นครศรี กรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION ผู้นำธุรกิจจัดหาโซลูชั่นพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ครบวงจร กล่าวว่า ประเทศไทยมีจำนวนประชากรมากกว่า 20 ล้านครัวเรือน ในเชิงของประชากรพบว่าเราใช้ไฟเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปีโดยเฉลี่ย 3.5% ถึงแม้จะมองดูว่าเพิ่มขึ้นไม่เยอะ แต่ด้วยฐานที่ใหญ่ มันคือการเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างมาก

ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนกันอย่างแพร่หลาย เพื่อลุยภารกิจพิชิต Net Zero เทรนด์ติดตั้งโซลาร์รูฟมีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย ด้วยเหตุผลภาระค่าไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มขึ้น

เนื่องจากความผันแปรของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและการซื้อไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า Ft มีการปรับตัวสูงขึ้น หากมีพฤติกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะทำให้ภาพรวมภาระค่าไฟฟ้าต่อเดือนยังคงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีกด้วย การเลือกใช้งานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรร่วมมือกันผลักดัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในทุกภาคส่วนของสังคมและสิ่งแวดล้อม

ไอออนได้เล็งเห็นความสำคัญและร่วมมือกับศุภาลัย เพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ และภายใต้ความร่วมมือนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากบริษัทระดับโลกอย่างบริษัทหัวเว่ยมาร่วมออกแบบและติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับบ้านในโครงการของศุภาลัย และเซตมาตรฐานการติดตั้งด้วยอุปกรณ์แผงโซลาร์เซลล์ระดับ Tier 1 คู่กับ Huawei Inverter และสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) ที่ได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยผู้ผลิตบริษัท Bangkok Cable เพื่อยกระดับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานบ้านศุภาลัย ทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายพงศภัคยังได้เปิดเผยเกี่ยวกับบริการหลังการขายในเรื่องของการรับประกันอุปกรณ์และการดูแลรักษาว่า “ในแง่ของตัวโซลาร์มีการรับประกัน 25 ปี ซึ่งภายในระยะเวลาดังกล่าว ประสิทธิภาพการใช้งานจะลดลงไม่เกิน 20% และในการดูแลรักษามีการบริการให้ฟรี 5 ปี โดยภายใน 1 ปีจะมีบริการล้างทำความสะอาด 2 ครั้ง”

27/3/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 27 มีนาคม 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS