info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.92.91.54

“แสนสิริ-ออริจิ้น-เสนา” บุก คอนโด BOI หมื่นล้านเนื้อหอม

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

อสังหาฯแบรนด์ใหญ่ “แสนสิริ-ออริจิ้นฯ-เสนาฯ” ขานรับมาตรการรัฐบาลเศรษฐา บุกตลาดคอนโดฯ BOI แข่งลงทุนโครงการใหม่เพื่อผู้มีรายได้น้อย ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กางโมเดลลงทุนไซซ์ 200-500 ยูนิต ธอส.เผย 2 เดือนดีเวลอปเปอร์ทั่วไทยยื่นขอทำบ้าน-คอนโดฯ BOI แล้ว 20 โครงการ มูลค่าทะลุ 10,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 จากการสำรวจความเคลื่อนไหวและความสนใจของผู้ประกอบการในช่วงไม่ถึง 2 เดือน พบว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้รับความสนใจอสังหาฯอย่างคึกคึก

ยื่น 20 โครงการหมื่นล้าน

นางภาณินี มโนสันต์ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานสินเชื่อ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุนโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม BOI ณ เดือนพฤษภาคม 2567 มีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยื่นคำขอมายัง ธอส. เพื่อส่งต่อไปยังสำนักงาน BOI (Board of Investment) จำนวน 20 ราย มูลค่าโครงการรวมกัน 10,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ มีบริษัทอสังหาฯที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการยื่นขอทำคอนโดฯ BOI คือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ นอกจากนั้นจะเป็นบริษัทอสังหาฯในต่างจังหวัด รวมทั้งมีผู้ประกอบการที่คาดว่าจะยื่นเพิ่มเติม คือ กลุ่มบริษัทรีเจ้นท์โฮม ซึ่งได้รับการส่งเสริมลงทุนไปแล้วหลายโครงการ ตั้งแต่ยังมีเงื่อนไขเดิมคือต้องขายในราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ขณะที่มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลเศรษฐา ขยายเพดานบ้านและคอนโดฯ BOI ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

“ดีใจที่รอบนี้มีดีเวลอปเปอร์สนใจลงทุนพัฒนาโครงการบ้าน BOI กันมากขึ้น ปัจจุบันรัฐบาลได้ขยายเพดานราคาเป็นไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยใช้เงื่อนไขเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้ดึงดูดความสนใจผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม เท่าที่ทราบล่าสุดมีบริษัทอสังหาฯในขอนแก่น ก็เตรียมจะยื่นขอทำบ้าน BOI ซึ่ง ธอส.เปิดรับคำขอไม่จำกัด แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของสำนักงาน BOI” นางภาณินีกล่าว

ที่มาของมาตรการบ้านและคอนโดฯ BOI ทางรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 อนุมัติมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ชุดใหญ่ โดยหนึ่งในแพ็กเกจมีการหยิบมาตรการเดิมของการส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง หรือที่เรียกว่า บ้าน BOI-คอนโดฯ BOI นำกลับมาพิจารณาทบทวนใหม่ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนพัฒนาโครงการที่แท้จริง และต้องการทำมาตรการที่ดึงดูดผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น

สาระสำคัญที่อยู่อาศัยราคา BOI 7 ข้อ มีดังนี้

1.กรณีเป็นบ้านแนวราบ จะต้องมีพื้นที่ใช้สอยขั้นต่ำ 70 ตารางเมตร กรณีเป็นคอนโดฯ ต้องมีพื้นที่ใช้สอยไม่ต่ำกว่า 24 ตารางเมตรขึ้นไป

2.ยกเลิกมาตรการเดิมที่ให้ขายบ้าน-คอนโดฯ ราคา BOI ในเขตกรุงเทพฯ ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท และเขตต่างจังหวัดไม่เกินราคา 1 ล้านบาท ปรับมาตรการเป็นราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เหมือนกันทั่วประเทศ

3.ผู้ซื้อจะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น (คาดว่าเพื่อป้องกันนักลงทุนรายใหญ่กว้านซื้อเก็งกำไร)

4.แผนผังแบ่งแปลงในโครงการ จะต้องมีหน่วยขายที่เป็นที่อยู่อาศัยราคา BOI หรือราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สัดส่วน 80% ขึ้นไป

5.สิทธิประโยชน์ บ้านและคอนโดฯ BOI เจ้าของโครงการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ในวงเงินไม่เกิน 100% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

6.วิธีการ ให้ยื่นคำขอผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อเป็นผู้คัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้น แล้วส่งคำขอไปยังคณะกรรมการ BOI เป็นผู้พิจารณาส่งเสริมลงทุนต่อไป

7.กำหนดให้ยื่นคำขอรับการส่งเสริมลงทุน (ยื่นขอรับบัตร BOI) ภายใน 30 ธันวาคม 2568 (ภายในวันทำการสุดท้ายของปี 2568) หรือเท่ากับมีเวลาในการลงทุนบ้าน BOI เป็นเวลา 2 ปีในปี 2567-2568

ทำทันที-แสนสิริเปิดขาย Q2

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แสนสิริมีห้องชุดเซ็กเมนต์ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทอยู่แล้ว แบรนด์ “คอนโด มี” ราคาเริ่มต้น 9 แสน-1 ล้านกว่าบาท ซึ่งกำลังเตรียมความพร้อมเปิดขายคอนโด มี มากขึ้น เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนจากมาตรการรัฐรอบนี้

ขณะเดียวกัน แสนสิริวางแผนแตกแบรนด์ใหม่ “Vay” ราคาเริ่มต้น 1.1-1.2 ล้านบาท โฟกัสทำเลใกล้เคียงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับกำลังซื้อลูกค้าวัยเริ่มทำงาน หรือกลุ่มลูกค้า First Jobber มีพฤติกรรมการซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรก แต่ไม่สามารถซื้อทาวน์เฮาส์ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 2 ล้านได้ ดังนั้น บ้านหลังแรกหรือบ้านเริ่มต้น ตัวเลือกซื้อคอนโดฯสามารถตอบโจทย์ได้ลงตัวที่สุด

“กลยุทธ์แสนสิริรักษาความได้เปรียบในการลงทุนพัฒนาโครงการ โดยคอนโดฯ Vay เพิ่งเปิดขายโครงการแรกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อาจไม่ทันในการขอส่งเสริมลงทุน หลังจากนี้เรามีความพร้อมมาก เพราะสินค้าเซ็กเมนต์นี้เป็นการทำซ้ำ ๆ เน้นโมเดลพื้นที่ก่อสร้าง 10,000 ตารางเมตร จำนวน 200 กว่ายูนิต สามารถลงทุนได้เรื่อย ๆ ถ้าไปเจอโลเกชั่นที่มีราคาที่ดินที่เหมาะสม ก็สามารถเปิดขายได้เร็ว ซึ่งโอกาสลงทุนคอนโดฯ BOI เปิดกว้างแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีโครงการเปิดขายทยอยออกมาในปีนี้ ล่าสุดภายในไตรมาส 2/67 เตรียมเปิดขายแบรนด์ Vay ใกล้นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี”

ทั้งนี้ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง 2 แบรนด์ เริ่มต้นจากแบรนด์คอนโด มี ไม่เน้นฟาซิลิตี้ส่วนกลาง เพื่อนำเสนอราคาที่แข่งขันได้ในเซ็กเมนต์เริ่มต้นราคา 9 แสนบาทขึ้นไป กับแบรนด์ Vay มีการดีไซน์เพิ่มฟาซิลิตี้ในพื้นที่ส่วนกลาง ทำให้ราคาขยับสูงขึ้นเล็กน้อย มีราคาเริ่มต้น 1.1-1.2 ล้านบาท แต่ทั้งสองแบรนด์ก็เป็นเซ็กเมนต์ที่เปิดขายราคา BOI ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทได้

“ผมมีโครงการคอนโด มี ที่เคยทดลองพัฒนาโครงการไซซ์เล็ก ๆ พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร จำนวน 79 ยูนิต พื้นที่ส่วนกลางมีที่จอดรถก็พอ ไม่ต้องขอ EIA ทำให้พัฒนาโครงการได้เร็ว ปิดการขายได้เร็ว และทำซ้ำ ๆ ได้เรื่อย ๆ เป็นแบรนด์ที่จะเปิดมากขึ้นตามทำเลรอบนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นสินค้าที่อยู่อาศัยที่สร้างโอกาสให้คนไทยมีบ้านได้” นายอุทัยกล่าว

เสนาฯบุกบีโอไอ 1.2 หมื่นล้าน

ศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Low-Carbon เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนในกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือบ้าน-คอนโดฯ BOI นั้น นับเป็นมาตรการที่ช่วยผู้ประกอบการ

ซึ่งปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ไม่สามารถพัฒนาบ้านราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลกรุงเทพฯ-ปริมณฑลได้ เนื่องจากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าที่ดิน ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคสวนทางเพราะมีรายได้ที่ลดลง รวมถึงภาวะวิกฤตหนี้ครัวเรือน ยิ่งส่งผลให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น และเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันด้วย

“มาตรการบ้านและคอนโดฯ BOI เชื่อว่าจะเป็นส่วนช่วยผลักดันให้ภาคเอกชน มีส่วนร่วมในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมากขึ้นทั่วประเทศ” ผศ.ดร.เกษรากล่าว

ปัจจุบันเสนาฯครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในเซ็กเมนต์คอนโดฯ BOI ราคาไม่เกิน 1-3.6 ล้านบาท หรือผู้ซื้อที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากที่สุด 54% เทียบจากรายได้ครัวเรือนของคนที่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จัดอยู่ในกลุ่มลูกค้า Affordable Segment ที่บริษัทมีในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึงได้

ที่ผ่านมา เสนาฯพัฒนาคอนโดฯ BOI สะสม 22 โครงการ ภายใต้แบรนด์ SENA Kith, Cozi และ Eco Town รวม 9,785 ยูนิต มูลค่ารวม 13,900 ล้านบาท โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนมาตรการรัฐ โดยเฉพาะการสร้างบ้าน BOI เพื่อสานฝันให้ลูกค้าทุกคนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ล่าสุดแผนธุรกิจปี 2567 เสนาฯวางแผนเปิดพรีเซล 17 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 28,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินค้าคอนโดฯ BOI มากถึง 10 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท

ออริจิ้นฯจ่อทำ 5 พันห้องชุด

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ออริจิ้นฯเตรียมยื่นขอ BOI หลายโปรเจ็กต์ใหม่ รวมทั้งโปรเจ็กต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่ได้โอน ก็เตรียมนำมายื่นขอ BOI ด้วย เบ็ดเสร็จภายในปีนี้คาดว่าจะยื่นได้ 10 โครงการ เพราะมีหลายโครงการที่ราคาขายไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สามารถแอพพลายเข้ากับโปรแกรม BOI ได้ แต่มีเงื่อนไขราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน ต้องมีสัดส่วน 80% ภายในโครงการเดียวกัน

“ช่วง 1-2 ปีเรามีแคมเปญใหญ่ ทุกทิศทั่วไทยไปกับออริจิ้น ซึ่งเป็นแคมเปญลงทุนพัฒนาโครงการในต่างจังหวัด มีการเปิดตัวโครงการแล้วในศรีราชา ระยอง พัทยา ขอนแก่น ภูเก็ต โครงการไหนที่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้าน ก็จะจับมาเข้า BOI เฉลี่ยโครงการละ 500 ยูนิต เท่ากับปีนี้เราจะมีคอนโดฯ BOI จำนวน 5,000 ยูนิต มูลค่าโครงการแตะหมื่นล้านบาทได้”

ที่ผ่านมา ออริจิ้นฯวางแผนมีการเติบโตในเซ็กเมนต์ราคา 1 ล้านบวกลบ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 โครงการ ภายใต้แบรนด์ ดิ ออริจิ้น หลังจากนี้ คอนโดฯ BOI มีอายุมาตรการ 2 ปีจนถึงสิ้นปี 2568 ทำให้บริษัทพิจารณาเพิ่มพอร์ตสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือเฉลี่ยปีละ 4 โครงการ

“ไฮไลต์อยู่ที่โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ถ้าหากสามารถนำเข้ามาอยู่ในมาตรการ BOI ได้ แต่ราคาขายที่เซตไว้เกิน 1.5 ล้าน เช่น อาจจะมีราคา 1.6-1.7 ล้านบาท กำลังพิจารณาว่าจะทำโปรโมชั่นลดราคาลงมาเหลือ 1.5 ล้านบาท เพื่อให้อยู่ในแพ็กเกจของ BOI เพราะการทำคอนโดฯ BOI ถือว่าวิน-วินด้วยกันทั้งคู่ ผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ภาษี ผู้บริโภคได้ซื้อที่อยู่อาศัยในราคาที่สามารถซื้อได้ รัฐช่วยเรา เราก็ช่วยลูกค้า”

6/6/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 6 มิถุนายน 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS