info@icons.co.th 02 810 8892-6 44.210.151.5

ASW รับอานิสงส์มาตรการรัฐ โชว์พอร์ตบ้าน-คอนโดฯพร้อมอยู่ไม่เกิน 7 ล้าน มีให้ลูกค้าเลือกจุใจกว่า 9,200 ล้าน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

“ASW-บมจ.แอสเซทไวส์” เปิดพอร์ตบ้าน-คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ครอบคลุมทำเลศักยภาพในกรุงเทพฯ ใกล้สถานศึกษาชื่อดัง และเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต มูลค่าพร้อมอยู่มากกว่า 9,200 ล้านบาท

วันที่ 18 มิถุนายน 2567 นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ-We Build Happiness”

เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าจดทะเบียนโอนจากร้อยละ 2 เหลือร้อยละ 0.01 และลดค่าจดทะเบียนการจำนองจากร้อยละ 1 เหลือร้อยละ 0.01 สำหรับการซื้อขายอสังหาฯ ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 นั้น

ปัจจุบัน ASW มีคอนโดฯและบ้านพร้อมอยู่ราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ แบ่งเป็น Backlog (ยอดขายรอรับรู้รายได้) ในปี 2567 คิดเป็นมูลค่าโครงการกว่า 7,500 ล้านบาท และโครงการพร้อมอยู่ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 9,200 ล้านบาท กระจายครอบคลุมบนทำเลศักยภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำเลใกล้สถานศึกษาชื่อดังของประเทศ และเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ คำนวณสิทธิประโยชน์มาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง จาก 3% เหลือ 0.01% หรือล้านละ 30,000 บาทเหลือล้านละ 300 บาท หากซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท จะทำให้ผู้ซื้อประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 19,850 บาท ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงนี้ อีกทั้งยังจะเป็นผลบวกต่อการดำเนินงานของ ASW ในปี 2567 นี้ จากการเร่งตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

นายกรมเชษฐ์กล่าวต่อว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯในครึ่งปีแรกอาจยังไม่คึกคักมากนัก เป็นผลมาจากเศรษฐกิจประเทศขยายตัวไม่มาก ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคธุรกิจอสังหาฯ เพิ่งมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 2 เป็นต้นไป อีกทั้งผู้ซื้ออาจรอดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยครึ่งปีหลังก่อนตัดสินใจซื้อ

อย่างไรก็ดี คอนโดฯในบางโลเกชั่นในช่วงที่ผ่านมายังมีความต้องการซื้อจากคนในพื้นที่สูง เช่น โครงการ “เคฟ ลูมินัส บางมด-Kave Luminous Bangmod” ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จำนวน 516 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท เพิ่งเปิดพรีเซลช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดมียอดขายเกิน 80%

ขณะที่ “เคฟ เจเนซิส นครปฐม-Kave Genesis Nakhonphathom” จำนวน 579 ยูนิต ทำเลใกล้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,160 ล้านบาท เปิดรอบพิเศษให้ชมห้องตัวอย่างครั้งแรกเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดี สะท้อนถึงการพัฒนาโครงการ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ได้เป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มผู้ที่ซื้ออยู่อาศัยเองและกลุ่มซื้อลงทุนปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี

สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่าผู้บริโภคจะมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น จากปัจจัยบวกของมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดปลายปี 2567 จะเป็นปัจจัยเร่งการตัดสินใจซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง

รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของปีนี้ให้เติบโต อาทิ การเพิ่มเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น 36.7 ล้านคน (จากเป้าเดิม 35.7 ล้านคนในปี 2567) การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ให้ได้ตามเป้าหมายในไตรมาส 3/2567 ที่ 75% และส่วนที่เหลือให้ทันภายในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณนี้

รวมถึงโครงการเงินดิจิทัลวอลเลต 5 แสนล้านบาท ที่คาดว่าประชาชนจะสามารถเริ่มรับเงินเพื่อใช้จ่ายได้ภายในไตรมาส 4/67 นี้

ปัจจุบัน ASW มียอดพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรสะสม 66 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ แบรนด์เคฟ (KAVE), แอทโมซ (ATMOZ), แบรนด์โมดิซ (MODIZ), เอสต้า (ESTA), ดิ อาเบอร์ (THE ARBOR), ดิ ออเนอร์ (THE HONOR)

รวมถึงแบรนด์ภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “TITLE” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท รวมมูลค่าโครงการกว่า 94,100 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ 48 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขายและพัฒนา รวม 18 โครงการ อัพเดตล่าสุด ณ ไตรมาส 1/67 มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 20,475 ล้านบาท

18/6/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 18 มิถุนายน 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS