info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

แอสเซทไวส์ ผงาดปี 2568 Q4/68 รีวิวเป้าลงทุนเพิ่ม 7% 2.3 หมื่นล้าน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ในที่สุดก็มีดีเวลอปเปอร์สักรายของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่สามารถฝ่าด่านหินจากวิกฤตเศรษฐกิจรุมเร้ารอบด้าน ทบทวนแผนธุรกิจใหม่ด้วยการปรับเพิ่มเป้าลงทุนเป็น 11 โครงการ มูลค่าโครงการเพิ่มเป็น 2.3 หมื่นล้านบาท โดยคีย์ซักเซสมาจากตลาดอสังหาฯในภูเก็ตที่มีผลงานโดดเด่นจนสร้างยอดขายสัดส่วนมากถึง 80% ในปี 2568

ตลาดภูเก็ตหนุนรายได้พุ่ง

โดย “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้นำไลฟ์สไตล์ “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ-We Build Happiness” เปิดเผยว่า ASW ยังคงเดินหน้าตามแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง

อัพเดตล่าสุด ASW นำเสนอผลประกอบการ 9 เดือนแรก 2568 บริษัทมีรายได้รวม 6,250 ล้านบาท กำไรสุทธิสะสม 689 ล้านบาท ยอดขาย 17,474 ล้านบาท แบ็กล็อก 32,861 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2570 รีวิวแผนลงทุนใหม่ เพิ่มเป้าทั้งปีเป็น 11 โครงการ มูลค่ารวม 23,600 ล้านบาท โค้งสุดท้ายเปิด 3 โครงการใหม่ในภูเก็ต 9,700 ล้านบาท

โดยในไตรมาส 3/2568 บริษัททำรายได้เติบโต 43% เทียบกับไตรมาส 2/68 ส่งผลให้ผลประกอบการงวด 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2568) ASW ทำรายได้สะสมทั้งสิ้น 6,250 ล้านบาท มีกำไรสุทธิสะสม 689 ล้านบาท และสร้างยอดขายกว่า 17,474 ล้านบาท คิดเป็น 90% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 19,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการบริหารพอร์ต โครงการสร้างเสร็จใหม่ และโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยโครงการที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์โดดเด่นใน Q3/2568 ได้แก่ เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) โครงการ Leisure Condominium ในภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ ที่ทยอยรับรู้รายได้มาตั้งแต่ปลาย Q2/2568 ต่อเนื่องจนถึงไฮซีซั่นนี้

รวมถึงแอทโมซ แคนวาส ระยอง (Atmoz Canvas Rayong) และเคฟ ซี้ด เกษตร (Kave Seed Kaset) ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3 รวมทั้งสิ้น 32,861 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้จนถึงปี 2570

ฝ่าวิกฤตเพิ่มเป้าลงทุน 7%

“กรมเชษฐ์” กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใน Strategic Location ล่าสุด ASW ได้พิจารณาปรับแผนเปิดโครงการใหม่ปี 2568 เพิ่มเป็น 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 23,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% จากแผนที่ประกาศไว้

โดยแบ่งสัดส่วนเป็นโครงการในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 18% โครงการในภูเก็ต 82% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด เนื่องจากภูเก็ตเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม รวมถึงการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่ม Digital Nomad ให้เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ทำให้ภูเก็ตเป็นทำเลที่มีดีมานด์แข็งแกร่งและรักษาการเติบโตได้ในทุกสภาพตลาด

ในช่วงไตรมาส 4/68 บริษัทวางแผนเปิดโครงการ Leisure Condominium ในภูเก็ต 3 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 9,700 ล้านบาท ได้แก่ 1.โคราลิน่า กมลา (Coralina Kamala) คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ต ใกล้หาดกมลาที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุน จำนวน 564 ยูนิต มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท

2.เดอะ ไทเทิล เซียร่า (THE TITLE Sierra) จำนวน 452 ยูนิต มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท และ 3.เดอะ บาลโคนี ในยาง (The Balcony Naiyang) จำนวน 542 ยูนิต มูลค่ารวม 3,800 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ASW มีโครงการสร้างเสร็จใหม่ในไตรมาส 4/68 ทยอยโอนเพื่อรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้เพิ่มอีก 1 โครงการ คือ เคฟ วันเดอร์แลนด์ (Kave Wonderland) ใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มูลค่า 2,550 ล้านบาท ไฮไลต์อยู่ที่ส่วนกลางใหญ่และให้มากที่สุดในย่าน ช่วยขับเคลื่อนรับรู้รายได้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10,500 ล้านบาท

“ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ASW สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนส่วนใหญ่ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ทั้งการโอนส่งมอบโครงการตามกำหนดและการเปิดโครงการใหม่ โดยเราติดตามและประเมินทิศทางตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาโอกาสและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ”

จุดโฟกัสอยู่ที่ช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นจังหวะสำคัญของตลาดอสังหาฯ เพราะมีปัจจัยหนุนทั้งจากแคมเปญของผู้ประกอบการ มาตรการกระตุ้นจากรัฐ การลดดอกเบี้ยนโยบายที่ช่วยลดภาระการผ่อนของผู้บริโภคและลดต้นทุนการเงินของผู้ประกอบการ

รวมถึงการเข้าสู่ไฮซีซั่นการท่องเที่ยว ทำให้ภาพรวมตลาดคึกคักมากขึ้น บวกกับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเปิดตัวโครงการในภูเก็ตที่ผ่านมา เราจึงรักษาโมเมนตัมโดยขยายการลงทุนในทำเลศักยภาพแห่งนี้ต่อเนื่อง เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง รักษาการเติบโตของยอดขาย รายได้ และกำไรของ ASW ได้อย่างมั่นคงทั้งในปีนี้และในระยะยาว

83 โครงการ 1.36 แสนล้าน

สำหรับบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบบนทำเลศักยภาพ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness”

ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรสะสม 83 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์

ได้แก่ แบรนด์ เคฟ (KAVE), แบรนด์ แอทโมซ (ATMOZ), แบรนด์ โมดิซ (MODIZ), แบรนด์ เอสต้า (ESTA), แบรนด์ ดิ อาเบอร์ (THE ARBOR), แบรนด์ ดิ ออเนอร์ (THE HONOR) รวมถึงแบรนด์ภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “TITLE” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท

บริษัทมีมูลค่าโครงการสะสมกว่า 136,948 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ 33 โครงการ และโครงการที่กำลังเปิดขายและอยู่ระหว่างการพัฒนา 21 โครงการ และ ณ สิ้นไตรมาส 3/2568 มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 32,861 ล้านบาท

14/11/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 14 พฤศจิกายน 2568 )

โฆษณาแบนเนอร์