info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

ดันโครงการประแสร์เข้า ครม. ท่อส่งน้ำหมื่นล้านแก้แล้ง EEC

Infrastructure News / ข่าวหมวดงานสาธารณูปโภค

จับตาโครงการผันน้ำอ่างประแสร์-หนองค้อ-บางพระ วางท่อส่งน้ำ 75 กม. เพื่อผันน้ำมาช่วยจังหวัดชลบุรี-EEC วงเงิน 13,000 ล้านบาท กรมชลประทานดันสุดตัวชงเข้า ครม.ให้ทันสมัยรัฐบาลนี้ ด้านคณะกรรมการลุ่มน้ำหวั่น สร้างความขัดแย้งแย่งน้ำในอนาคต เหตุไม่สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนด ก่อนผันน้ำไปใช้ในเขต EEC พร้อมคำถามทำไมไม่ให้ ?“eastwater-วงษ์สยาม” ลงทุนสร้างท่อแทนรัฐบาล

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานจากจังหวัดชลบุรีเข้ามาว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก ครั้งที่ 5/2568 ที่จ.ชลบุรี โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเป็นประธาน ปรากฏว่าในระหว่างการประชุมได้มีการหยิบยก “โครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ” ตามแผนการพัฒนารองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในระยะ 10 ปีของกรมชลประทาน งบประมาณ 12,656 ล้านบาทขึ้นมาพิจารณา

โดยโครงการนี้จะมีการก่อสร้างท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ (ความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร) และต่อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ (ความยาว 5.35 กิโลเมตร) จ.ชลบุรี รวมระยะทาง 75.35 กิโลเมตร เพื่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์มาเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี

โดยอ่างเก็บน้ำบางพระจะเป็นอ่างหลักที่จะกระจายน้ำลงไปในพื้นที่ จ.ชลบุรี รองรับกิจกรรมการใช้น้ำในทุกด้าน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อใช้อุปโภคบริโภค, การอุตสาหกรรม, การท่องเที่ยว และสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมทั้งรองรับภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำในอนาคต หากมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น

ทำไมไม่ให้ 2 บริษัทลงทุนท่อ

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันการบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำไปยังผู้ใช้น้ำในพื้นที่จะมี 2 บริษัทให้บริการอยู่ คือบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ eastwater กับบริษัทวงษ์สยาม ก่อสร้าง จำกัด ดังนั้น เมื่อกรมชลประทานมีโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ ในวงเงินงบประมาณจำนวน 12,656 ล้านบาท ซึ่งตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 สุดท้ายแล้วบริษัทผู้ให้บริการจัดหาน้ำในภาคตะวันออกทั้ง 2 บริษัทก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จาก “น้ำ” ที่ผันลงเติมให้อ่างบางพระ

“จึงมีข้อเสนอว่า โครงการผันน้ำดังกล่าวควรให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนหรือไม่ จากแนวโน้มในอนาคตจะมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในการพิจารณาแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำประจำปีงบประมาณ 2570 มีแผน/โครงการเสนอเข้ามามากถึง 807 รายการ ที่กรอกข้อมูลผ่านระบบ Thai Water Plan ซึ่งเป็นแผนแม่บท 20 ปี ดังนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกเห็นว่าควรมีการทบทวนโครงการย่อย 8-9 โครงการ ของโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

เปิดรายละเอียดโครงการ

ทั้งนี้ โครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ จังหวัดชลบุรี โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 9 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้นำเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และจะเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติให้ดำเนินโครงการในปีงบประมาณ 2570 (พ.ศ. 2570-2573)

โดยแผนงานโครงการวงเงิน 13,000 ล้านบาท จากการศึกษาโครงการแล้วเสร็จเมื่อปี 2563 ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (วงเงิน 9,500 ล้านบาท) อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ : EIRR 9.53% (ณ อัตราคิดลดที่ร้อยละ 9) มูลค่าปัจจุบันสุทธิ : NPV (ล้านบาท) 465.86 อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุน : B/C Ratio 1.04 ปัจจุบันอยู่ระหว่างสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน “ทบทวน” ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ที่วงเงิน 13,000 ล้านบาท

องค์ประกอบโครงการ ประกอบไปด้วย สถานีสูบน้ำ 1 แห่ง ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 0.85 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จำนวน 4 เครื่อง (สำรอง 1 เครื่อง) อัตราสูบน้ำรวม 2.55 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 2 ท่อส่งน้ำขนาด 1,800 มม. ความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร และปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิม ความยาวประมาณ 5.35 กิโลเมตร การออกแบบได้อนุมัติและทบทวนใหม่แล้วเสร็จเมื่อ 9 กรกฎาคม 2568 การจัดหาที่ดิน พื้นที่หัวงาน และสถานีสูบน้ำ ตั้งอยู่บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำประแสร์ เป็นพื้นที่ของกรมชลประทาน สามารถดำเนินการได้ทันที

แนวท่อส่งน้ำความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร จากอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จ.ชลบุรี พื้นที่แนวท่อส่งน้ำผ่านท้องที่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และ อ.หนองใหญ่ อ.บ้านบึง และ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อยู่ในเขตทางสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ยื่นเอกสารขออนุญาตใช้พื้นที่แล้ว ส่วนในเขตถนนทางหลวง และถนนทางหลวงชนบท อยู่ระหว่างสำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ขออนุญาตใช้พื้นที่ และ แนวคลองระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองค้อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ความยาว 5.35 กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี พื้นที่ของกรมชลประทาน ดำเนินการได้ทันที โดยโครงการได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของหน่วยราชการและประชาชนในพื้นที่แล้ว

ต้องสร้างอ่างวังโตนดก่อน

อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่า โครงการผันน้ำโครงการนี้ถูกดำเนินการ “ผลักดัน” ให้เสนอ ครม.ให้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาการบริหารราชการแผ่นดินอีกไม่ถึง 2 เดือนแล้ว นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอ่างเก็บน้ำประแสร์ไม่ได้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีน้ำเพียงพอให้ผันไปยังอ่างบางพระในปีที่ภาคตะวันออกต้องประสบปัญหาภัยแล้งหรือไม่ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องก่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดขึ้นมาก่อน เพื่อเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญและสร้างความมั่นคงทางน้ำ

“ในอนาคตหากมีความต้องการใช้น้ำสูงและเกิดภาวะน้ำขาดแคลนต้องสูบน้ำจากวังโตนดไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์เหมือนปี 2562 ได้มีการส่งน้ำไปยังอ่างประแสร์ 20 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งตามตามมติ ครม. 7 เมษายน 2552 กำหนดให้สร้างอ่างเก็บน้ำวังโตนดก่อนที่จะผันน้ำไปช่วยพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แต่ขณะนี้อ่างเก็บน้ำวังโตนดยังไม่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้าง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ หากก่อสร้างจริงก็อาจจะต้องลดขนาดอ่างลงจาก 99.5 ล้าน ลบ.ม.หรือไม่ จึงไม่แน่ใจว่า ถ้าปริมาณการใช้น้ำจะเพิ่มมากขึ้น และอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ 3 แห่งเก็บกักน้ำได้ 220 ล้าน ลบ.ม. จะเพียงพอกับปริมาณการใช้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและ EEC หรือไม่ การผันน้ำไปอ่างเก็บน้ำประแสร์ในอนาคตในภาวะที่น้ำขาดแคลนอาจจะสร้างความขัดแย้งในชุมชนขึ้นมาก็ได้” ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ตั้งข้อสังเกต

4/12/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 4 ธันวาคม 2568 )

โฆษณาแบนเนอร์