info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

ไซมิส แอสเสท เร่งระบายสต็อก จัดโปรฯช็อปคอนโด การันตียีลด์ 5% ตลอด 5 ปี

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

อสังหาริมทรัพย์ปีหน้ายังหนัก แม้เฟดจะประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ส่งท้ายปี 2568 บมจ.ไซมิส แอสเสท เผย Investment Program เบนเข็มโฟกัสตลาดที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนสำหรับโรงแรม-เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ด้วยการการันตีผลตอบแทน (Yield Guarantee) ที่ 5% ต่อปีตลอด 5 ปี โชว์ศักยภาพทำเล กลยุทธ์ความเสี่ยงผู้เช่า-รายได้ผันผวน และค่าใช้จ่ายที่คาดเดาไม่ได้ มองภาพปีหน้าภาคอสังหาฯยังชะลอตัว มุ่งระบายสต็อกเดิม แพลนปีหน้าลงทุนภูเก็ต 2 โปรเจ็กต์ ทุ่ม 9,000 ล้านบาท

ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) (SA) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า Investment Program สำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างรายได้แบบ Passive Income โดยมี Yield Guarantee รับประกันผลตอบแทน 5% ต่อปีตลอด 5 ปี ได้รับการตอบรับดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเล สุขุมวิท และพระราม 9 ซึ่งมีดีมานด์ปล่อยเช่าจากต่างชาติสูง และเป็นทำเลที่มียอดการปล่อยเช่าคงที่ตลอดปี โดยโครงการที่ได้รับความสนใจจากโปรแกรมดังกล่าว ได้แก่

1.Wyndham Garden Bangkok Sukhumvit 42

2.Ramada Plaza Residence Sukhumvit 48

3.Wyndham Bangkok Queen Convention Centre

4.Blossom Condo @Sathorn-Charoenrat

5.Ramada By Wyndham Bangkok Sukhumvit 87

และ 6.Landmark At MRTA Station

ขจรศิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 6 โครงการทั้งอยู่บนทำเลศักภาพ เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า และมีความต้องการเช่าสูงจากผู้เช่าต่างชาติ ตอนนี้ตลาดเช่าคอนโดแบบมี Service มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Expat ซึ่งรวมถึงชาวญี่ปุ่นที่นิยมเลือกเช่าคอนโดที่มีบริการเทียบเท่าโรงแรม ทำให้โมเดล Serviced Apartment ของ SA สามารถตอบโจทย์ตลาดการลงทุนในปัจจุบัน ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านจากธนาคารในปัจจุบันเฉลี่ยไม่ถึง 3% ขณะที่ผลตอบแทนค่าเช่าของโปรแกรมอยู่ราว 5% ทำให้ผู้ลงทุนจึงมีกระแสเงินสดสุทธิเป็นบวกตั้งแต่ปีแรก

ยกตัวอย่างการลงทุนคอนโด 1 ห้องนอน ราคาขายอยู่ที่ 6,820,000 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) 5% ต่อปีตลอด 5 ปี คือ 1,705,000 บาท ตกปีละ 341,000 บาท

“เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง SA จะเดินหน้าขยายฐานรายได้และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว”

อสังหาฯรอลงทุนใหม่ 2 ปีติด

สำหรับภาพรวมอสังหาฯ ปี 2569 ขจรศิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยอดขายอสังหาริมทรัพย์แย่กว่าช่วงโควิด-19 ต่างจากวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ปัญหาใหญ่อยู่ที่ธนาคารที่รัฐบาลช่วยเหลือได้ ขณะที่ตอนนี้ปัญหาอยู่ที่ผู้บริโภคไม่สามารถขอสินเชื่อได้ และคาดการณ์ว่าในปี 2569 ธุรกิจอสังหาฯจะยังคงชะลอการเปิดตัวโครงการหรือพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ยิ่งกว่าปี 2568 หากไม่ได้รับการแก้ปัญหาเรื่องสินเชื่อ

“แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% แต่หากธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อทั้งพรีไฟแนนซ์ (Pre-finance) และโพสต์ไฟแนนซ์ (Post Finance) ซึ่งคาดว่า มีบริษัทอสังหาฯในไทยที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่”

ขณะเดียวกันปัญหาที่ไซมิสฯเผชิญ คือ ต้นทุนการตลาด เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคยังมี เพียงแต่ยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านที่สูงทำให้ต้องนำอสังหาฯกลับมาขายใหม่ ตามมาด้วยต้นทุนทางการตลาดที่มีราคาสูงมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขปัญหาให้ภาคอสังหาฯ ประเทศก็จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก

“บอกรัฐบาลได้เลย อสังหาฯเป็นภาคที่ดึงประเทศได้ดีที่สุด ไทยลากขาอสังหาฯมานานแล้ว ทั้งไม่ปล่อยเงินกู้ผู้ซื้อ ไม่ปล่อยเงินกู้บริษัทที่เป็น Eco System เพราะมีธุรกิจที่ต่อเนื่องกับภาคอสังหาเยอะ ทั้งแรงงาน ผู้รับเหมา บริษัทเฟอร์นิเจอร์ และวัสดุก่อสร้าง”

หากรัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรไปโฟกัสที่การแก้ปัญหาหนี้เสียที่ปัจจุบันมีประมาณ 3-5% ด้วยการค้ำประกันหนี้ ยกตัวอย่างเงินกู้จำนวน 100 ล้านบาท คิดเป็นหนี้เสีย 5 ล้านบาทที่หากรัฐบาลกับธนาคารแบ่งมารับผิดชอบกันคนละครึ่ง การปล่อยกู้เงินจำนวน 100 ล้านบาทที่คิดเป็น 20 เท่าของเงินที่เป็นบัดเจ็กต์ของธนาคาร หมายความว่าจะมีเงินเข้าสู่ระบบ 20 เท่า ทำให้บริษัทอสังหาฯขยายกิจการได้ ผู้บริโภคมีเงินซื้อ และเศรษฐกิจก็จะบูมขึ้นมา

ภูเก็ตเสน่ห์ล้น ยักษ์อสังหาฯถมลงทุน

สำหรับแผนการลงทุนในปี 2569 ไซมิส แอสเสท จะเร่งส่งมอบ 2 โครงการในกรุงเทพมหานครในช่วงต้นปี คือ 1.โครงการที่แฟชั่นไอซ์แลนด์ มูลค่า 3,500 ล้านบาท 2.โครงการที่ทุ่งสองห้องมูลค่า 2,000 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จในปี 2568 และจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2569 เป็นต้นไป

ขณะที่แพลนการลงทุนเพิ่มเติม ตอนนี้ไซมิส แอสเสทกำลังจะวางมัดจำซื้อที่ดิน 2 แปลงในจังหวัดภูเก็ต แบ่งเป็นพื้นที่บางเทา 10 ไร่ และพื้นที่กมลา 37 ไร่ โดยมีการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ที่กำลังพิจารณาร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ โดยมีแคนดิเดต คือ บริษัทอสังหาฯจากสหรัฐ และบริษัท คอนเนอร์ สโตน ที่เคยร่วมทุนแล้วในโครงการ คอนโด Siamese Bangtao

โดยการลงทุนในครั้งนี้แบ่งเป็น 2 โปรเจ็กต์ คือ 1.โครงการคอนโดที่บางเทา และ 2.โครงการคอนโดและ Shop House ที่บางเทา และ Branded Residence ที่กมลา มูลค่าโครงการ 7,000 ล้านบาท และมูลค่าโครงการบนพื้นที่บางเทารวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้พิจารณาว่าจะร่วมทุนกับบริษัทไหนในโครงการใด

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พราว เรียลเอสเตท เพิ่งได้เปิดตัวโครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort ที่อยู่อาศัยระดับลักเซอรี่แห่งใหม่บนหาดกมลา จ.ภูเก็ต มูลค่า 2,700 ล้านบาท ด้วยการชูความพิเศษของไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมต่อกับโรงแรมหรูในเครือ InterContinental (IHG) สะท้อนตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตกำลังเป็นที่จับตามองยักษ์อสังหาฯเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะหาดกมลาที่เป็น Hidden Gem ของเกาะภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวทรงเสน่ห์

12/12/2568  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 12 ธันวาคม 2568 )

โฆษณาแบนเนอร์