
เดสติเนชั่นการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกของไทย ปักหมุดกันบนเกาะภูเก็ต
เกาะที่มีฉายาไข่มุกอันดามันแห่งนี้ ยิ่งนานยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดการลงทุนมากขึ้นทุกวัน โดยหนึ่งในบิ๊กแบรนด์อสังหาฯระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จต้องนับรวม ASW-แอสเซทไวส์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้นำไลฟ์สไตล์ ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ-We Build Happiness ล่าสุดเพิ่งประกาศดีลร่วมทุนกับยักษ์อสังหาฯทุนท้องถิ่น โบ๊ทพัฒนา แห่งตระกูลยงสกุล
14 ปีร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้
โดยการพัฒนาโครงการในภูเก็ตของแอสเซทไวส์ ดำเนินการผ่านบริษัทลูก ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีผลงานปักหมุดทั่วเกาะภายใต้แบรนด์ TITLE นำโดยผู้บริหารหลัก ดรงค์ หุตะจูฑะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ร่มโพธิ์ฯ เป็นหนึ่งในท็อป 5 ธุรกิจอสังหาฯ ทุนท้องถิ่นของภูเก็ต สะสมประสบการณ์ยาวนานไม่ต่ำกว่า 14 ปี ภาพจำของ TITLE เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน ในเครือแอสเซทไวส์ ได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติจากทุกมุมโลก โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยบนทุกทำเลศักยภาพ ภายใต้แบรนด์ เดอะ ไทเทิล-The TITLE ในย่านทำเลที่มีศักยภาพสูงอย่าง ในยาง บางเทา กะตะ ราไวย์
จุดแข็งมีความโดดเด่นทั้งการออกแบบโครงการ ก่อสร้างรวดเร็วและมั่นคง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์การพักอาศัย ผสมผสานเสน่ห์ของพื้นที่และเทคโนโลยีทันสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์และลงตัว ที่สำคัญ ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางสังคม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างชุมชนที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย
ผนึกยักษ์ โบ๊ทพัฒนา
สำหรับดีลร่วมทุนครั้งนี้ กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AssetWise และ ดรงค์ แห่งร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมด้วย บุญ ยงสกุล ประธานกรรมการ และ ภาณุพงศ์ กริชจนรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โบ๊ทพัฒนา จำกัด บรรลุความร่วมมือพัฒนาที่อยู่อาศัยประเภทบ้านตากอากาศพูลวิลล่า บนทำเลศักยภาพ ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มูลค่าโครงการ 5,700 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 75 ไร่
แผนร่วมทุนที่วางไว้นำเสนอภายใต้ 2 โครงการ แบรนด์ Casa de Monte และ Villa del Luna โดยเริ่มพัฒนาโครงการเฟสแรก บนพื้นที่ 17 ไร่ วางผังแบ่งแปลง 37 ยูนิต พร้อมอาคาร Shop House เพื่อเติมเต็มการอยู่อาศัยรูปแบบมิกซ์ยูสให้ครบครันยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าทำเลเกาะแก้ว เป็นโซนที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่มครอบครัวชาวไทยและชาวต่างชาติ อยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ อาทิ British International School Phuket (BISP), Finnway International School Phuket เดินทางสะดวกทั้งเข้าเมือง สนามบิน ท่าเรือ แวดล้อมด้วยไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่นอีกนับไม่ถ้วน อาทิ ศูนย์การค้า มารีน่า สนามกอล์ฟ และโรงพยาบาลเอกชน
ศักยภาพของทำเลและดีมานด์ด้านการอยู่อาศัยแบบ Long-Stay โครงการนี้จึงเหมาะทั้งเพื่ออยู่อาศัยเอง และเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าในกลุ่ม Expat (ชาวต่างชาติทำงานในไทย) โดยโครงการร่วมทุนมีแผนเปิดตัวโครงการเป็นทางการในไตรมาส 1/69
จุดน่าสนใจอยู่ที่ดีลร่วมทุน หรือ JV-Joint Venture ถือเป็นจุดนัดพบของร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ ในการต่อยอดศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแบรนด์ The TITLE หนึ่งในแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งในภูเก็ต ผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำกลุ่มโบ๊ทพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักเซอรี่ของภูเก็ต การผสานความแข็งแกร่งของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยให้ก้าวไปอีกขั้น ทั้งในมิติของทำเล การออกแบบ คุณภาพโครงการ และประสบการณ์การอยู่อาศัยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ
ASW ลงทุนภูเก็ต 82%
ก่อนหน้านี้ ผลประกอบการ 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2568) กรมเชษฐ์ กล่าวว่า ASW มีรายได้รวม 6,250 ล้านบาท กำไรสุทธิสะสม 689 ล้านบาท ยอดขาย 17,474 ล้านบาท แบ็กล็อก (ยอดขายรอโอน) 32,861 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2570
เรื่องว้าว ๆ ในปี 2568 ปีที่เต็มไปด้วยอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ แต่ ASW ประกาศรีวิวแผนลงทุนใหม่ ด้วยการปรับเพิ่มเป้าลงทุนทั้งปีเพิ่มเป็น 11 โครงการ ผลักดันมูลค่าโครงการรวมขึ้นไปอยู่ที่ 23,600 ล้านบาท โดยสตอรี่ความสำเร็จยังคงปักหมุดการลงทุนต่อเนื่องในช่วงโค้งท้ายปี หรือภายในไตรมาส 4/68 ด้วยการลอนช์ 3 โครงการใหม่ในภูเก็ต มูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท
ASW ยังคงเดินหน้าตามแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง
ในช่วง 9 เดือนแรกสามารถสร้างยอดขายแล้ว โดยใน Q3/2568 ทำรายได้เติบโต 43% จากไตรมาส 2/2568 ส่งผลให้ 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2568) ASW ทำรายได้สะสมทั้งสิ้น 6,250 ล้านบาท มีกำไรสุทธิสะสม 689 ล้านบาท และสร้างยอดขายกว่า 17,474 ล้านบาท คิดเป็น 90% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 19,500 ล้านบาท
ความสำเร็จมาจากการบริหารพอร์ต โครงการสร้างเสร็จใหม่ และโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
โฟกัสเฉพาะตลาดภูเก็ต ASW มีโครงการที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์โดดเด่นใน Q3/68 ได้แก่ เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao)
ภายใต้การพัฒนาของร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งทยอยรับรู้รายได้มาตั้งแต่ปลาย Q2/68 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3/68 รวมทั้งสิ้น 32,861 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้จนถึงปี 2570
กลยุทธ์การลงทุนจนถึงวินาทีสุดท้ายของปี 2568 ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใน Strategic Location โดยแบ่งสัดส่วนพื้นที่ลงทุน 2 ฮับหลัก ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสัดส่วน 18% โครงการในภูเก็ต 82% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด
ทิ้งทวนลงทุน 9.7 พันล้าน
จะเห็นว่า ASW เพิ่มน้ำหนักและเพิ่มบทบาทการลงทุนอสังหาฯ เนื่องจากภูเก็ตเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีสถานที่ท่องเที่ยวตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม
การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง และกลุ่ม Digital Nomad ให้เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ทำให้ภูเก็ตเป็นทำเลที่มีดีมานด์แข็งแกร่งและรักษาการเติบโตได้ในทุกสภาพตลาด
เบ็ดเสร็จ ไตรมาส 4/68 วางแผนเปิดโครงการ Leisure Condominium ในภูเก็ต 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 9,700 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โคราลิน่า กมลา-Coralina Kamala คอนโดฯสไตล์รีสอร์ต ใกล้หาดกมลา 564 ยูนิต มูลค่ารวม 3,900 ล้านบาท
2.เดอะ ไทเทิล เซียร่า-The TITLE Sierra 452 ยูนิต มูลค่า 2,000 ล้านบาท 3.เดอะ บาลโคนี ในยาง-The Balcony Naiyang 542 ยูนิต มูลค่า 3,800 ล้านบาท
กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเปิดตัวโครงการในภูเก็ตตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เราจึงรักษาโมเมนตัมขยายการลงทุนในทำเลศักยภาพต่อเนื่อง และเป็นกลยุทธ์สำคัญ ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง รักษาการเติบโตของยอดขาย รายได้ และกำไรของ ASW ได้อย่างมั่นคงทั้งในปีนี้และในระยะยาว คำกล่าวของกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์
22/12/2568 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 22 ธันวาคม 2568 )