info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

‘คีรี’ รีเทิร์นธุรกิจอสังหาฯ ทุ่มแสนล้าน ปั้น ‘บ้านชาวไทย’ 5 หมื่นยูนิต

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

หลังวางมือด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจใต้ลมปีกของกลุ่มบริษัทบีทีเอส โดยเปิดทางให้ “กวิน กาญจนพาสน์” ลูกชาย เป็นผู้ดูแลมาหลายปี ล่าสุด “คีรี กาญจนพาสน์” เจ้าพ่อรถไฟฟ้าบีทีเอส ประกาศลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับบิ๊กโปรเจ็กต์ “บ้านชาวไทย” จำนวน 50,000 ยูนิต โดยตั้งเป้าจะทำทั่วประเทศและใช้เงินลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท

“โครงการบ้านชาวไทย เกิดจากความรู้สึกที่ผมอยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทยและผมก็เติบโตมาในครอบครัวที่ทำอสังหาฯ และเมื่อ 30 ปีที่แล้วได้ลงทุนรถไฟฟ้าสายแรก ด้วยวงเงินเกือบ 50,000 ล้านบาท แม้จะมีมรสุมแต่ก็ผ่านมาได้ และโครงการบ้านชาวไทยจะเป็นเหมือนกับที่ผมคิดลงทุนรถไฟฟ้าในเวลานั้น โครงการนี้ผมใช้เวลา 3 เดือนในการคิดคอนเซ็ปต์ หลังได้รับเงินชำระหนี้รถไฟฟ้าจากกรุงเทพมหานคร 3 หมื่นล้านบาท ชื่อบ้านชาวไทย ผมก็คิดเอง ชื่ออาจจะไม่ทันสมัย แต่เป็นโครงการที่เกิดจากความตั้งใจจริงและเป็นการตอบแทนสังคม” คีรีเล่าถึงแนวคิดโครงการ

ไม่ต้องดาวน์-ผ่อนยาวกับ ธอส.

“คีรี” กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทยเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ในราคาผ่อนเสมือนเช่า ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนระยะยาว เริ่มต้น 6,000-7,000 บาทต่อเดือน ถึงแม้ว่าสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันเป็นช่วงขาลง แต่คนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง ยังมีอีกมาก

แต่ที่ผ่านมามีปัญหากู้แบงก์ไม่ผ่านสูงถึง 35-40% โดยเฉพาะผู้มีรายได้ไม่ประจำและคนรุ่นใหม่ที่ซื้อบ้านยาก ต้องไปเช่า จนมีบอกว่าคนชอบเช่ามากกว่าซื้อ ซึ่งตลาดเช่าใหญ่ เกิดจากซื้อไม่ได้ เพราะไม่มีเงินดาวน์และเงินผ่อน จึงหันมาเช่าแทนซื้อ แต่ต่อไปเมื่อมีโครงการบ้านชาวไทยแล้ว เชื่อว่าจะเปลี่ยนใจคนที่นิยมเช่ามาเป็นการซื้อแทน

คีรี กาญจนพาสน์

สำหรับการลงทุนโครงการนี้ “คีรี” บอกว่า บีทีเอสจะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด โดยเงินลงทุนมาจากกระแสเงินสดของบริษัทเองประมาณ 20% และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินซึ่งมีหลายแห่งพร้อมให้การสนับสนุนโครงการ ส่วนที่ดินที่จะนำมาพัฒนาโครงการ มีทั้งเป็นแลนด์แบงก์เดิมของบีทีเอส ซื้อเพิ่มเติมและเปิดให้พันธมิตรที่สนใจร่วมลงทุน โดยตั้งใจจะลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท พัฒนาเป็นคอนโดฯ 8 ชั้นและบ้านประมาณ 50,000 ยูนิต ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดสำคัญ ๆ เช่น ชลบุรี จะใกล้กับสนามบินอู่ตะเภา และกาญจนบุรี เป็นต้น

“ทุกโปรเจ็กต์ผมจะพัฒนาเป็นเมืองที่อยู่อาศัย โดยปีนี้จะนำร่องก่อน 2 โครงการ ประมาณ 12,000 ยูนิต มูลค่าการลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ย 60,000 บาทต่อ ตร.ม. ซึ่งถือว่าถูกกว่าตลาด 25-30% และทุกยูนิตเป็นห้องพร้อมตกแต่ง โดยลูกค้าเป้าหมายมีทั้งผู้ที่ต้องการซื้อเป็นหลังแรก จะเป็นกลุ่มเฟิรต์จ็อบเบอร์ วัยทำงาน หรือซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 ในต่างจังหวัด” คีรีกล่าว

นำร่องศรีนครินทร์-คลองหลวง

“คีรี” กล่าวว่า สำหรับโครงการแรกใช้ชื่อว่าโครงการ “D:CODE ศรีนครินทร์” มีเนื้อที่ 42 ไร่ อยู่ห่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม 300 เมตร เป็นคอนโดฯสูง 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต มีห้อง 3 แบบ 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคา 1.89 ล้านบาท, 45 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.85 ล้านบาท และ 60 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.78 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตก่อสร้างและรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดว่าเริ่มทยอยก่อสร้างเดือนกันยายน 2569 แล้วเสร็จปลายเดือนธันวาคม 2571

อีกโครงการ “D:CRAFT คลองหลวง” อยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใกล้ตลาดไท มีเนื้อที่ 115 ไร่ เป็นคอนโดฯสูงไม่เกิน 8 ชั้น ประมาณ 60 อาคาร จำนวน 7,500 ยูนิต มีห้อง 3 แบบ 30 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ราคา 1.6 ล้านบาท, 45 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 2.4 ล้านบาท และ 60 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ราคา 3.2 ล้านบาท

นอกจากนี้ภายในโครงการ จะมีระบบอีโคซิสเต็มของบีทีเอสกรุ๊ป จากการใช้บัตรแรบบิท ที่สามารถขึ้นได้ทั้งรถไฟฟ้า ใช้แตะเข้าโครงการ อาคาร และห้องพัก ยังมีระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย ด้วยการใช้เอไอในการตรวจจับและลาดตระเวนอย่างสม่ำเสมอ

เปิดชมห้องจริง ก.พ.นี้

ขณะนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนแสดงความสนใจแล้ว พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 หากความต้องการมีจำนวนมากเกิน 12,000 ยูนิต จะมีการจับสลาก และโครงการนี้ตั้งใจทำเพื่อคนไทย จะเปิดให้ 1 คนต่อ 1 สิทธิ เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หากเป็นไปตามเป้าหมายจะเปิดโครงการที่ 3 ต่อในเดือนมีนาคมนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งในแผนเตรียมนำที่ดินย่านธนาซิตี้ 200 ไร่ มาพัฒนา

รวมถึงพื้นที่อื่น เช่น ย่านอู่ตะเภา แต่รอประเมินผลตอบรับจาก 2 โครงการแรกก่อน และการที่รัฐบาลมีนโยบายจะลดภาระค่าเดินทางรถไฟฟ้า ไม่ว่า 20 บาท หรือ 40 บาท ช่วยทำให้คนมีที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ผมก็อยากให้สิ่งที่ตั้งใจ เกิดขึ้นได้อย่างเร็วที่สุด

“หัวใจสำคัญของโครงการบ้านชาวไทย คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้จำกัด แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่านี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง” คีรีกล่าวย้ำ

ด้าน “มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์” กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า โครงการบ้านชาวไทย มีกลุ่มลูกค้าเดียวกับพันธกิจของ ธอส. จึงเกิดความร่วมมือในการสนับสนุนสินเชื่อและออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงิน มีการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น เพื่อให้มีเงินงวดผ่อนเทียบเคียงกับค่าเช่า และทำให้คนไทยมีบ้านได้ พร้อมกันนี้ ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านชาวไทยและต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

23/1/2569  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 23 มกราคม 2569 )

โฆษณาแบนเนอร์