info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

กลุ่มบีทีเอส-บางกอกแอร์เวย์ส เซ็นข้อตกลงอีอีซี คิกออฟเมืองการบินอู่ตะเภา 6,500 ไร่ ก.พ.นี้

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

UTA จับมือ สกพอ. ลงนามข้อตกลงคิกออฟ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ และเมืองการบินภาคตะวันออก 6,500 ไร่ ไม่รอไฮสปีด ดีเดย์ก.พ.นี้ เริ่มพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายกวิน กาญจนพาสน์ และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) พร้อมด้วยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการ

โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด และคณะผู้บริหารจากทั้ง 2 องค์กร ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายคีรีกล่าวว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ EECa ขอขอบคุณในความร่วมมือของภาครัฐ ที่ทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้สำเร็จ และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมเชื่อมั่นว่า EECa จะช่วยดึงดูดนักลงทุนระดับโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมรายได้ให้กับคนไทยได้ในระยะยาว เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

“นับตั้งแต่เราเริ่มเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก จนถึงวันนี้ นับเป็นเวลาประมาณ 5 ปีครึ่ง แม้จะพบกับปัญหามากมายที่ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยพันธมิตรที่ไม่ยอมแพ้ และผลักดันโครงการกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการลงนามร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 ผมมั่นใจว่าการลงนามในครั้งนี้จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

โดยโครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับนักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า EECa พร้อมเปิดรับนักลงทุนทุกคน และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง” นายคีรีกล่าว

ด้านนายจุฬาระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทาง UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน

นอกจากนี้ จากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ.เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โดยภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการ ทาง UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่โครงการ ณ ปัจจุบัน ทางกองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับของสนามบินอู่ตะเภา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา-บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้

29/1/2569  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 29 มกราคม 2569 )

โฆษณาแบนเนอร์