info@icons.co.th 02 810 8892-6 216.73.216.181

บิ๊กอสังหาฯดิ้นหนีตลาดขาลง ศุภาลัยผนึกจีน ผุดแวร์เฮาส์

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บิ๊กอสังหาฯปรับแผนสู้เศรษฐกิจ ตลาดซบเซา หาน่านน้ำใหม่ “เสนา” ระบายสต๊อกผ่านตลาดเช่า “ศุภาลัย” ร่วมทุนจีน ผุดธุรกิจคลังสินค้า 200 ไร่ “SC Asset” ลุย 3 ธุรกิจ “แสนสิริ” บุกรับสร้างบ้าน ตั้งกองทุนลงทุน “พฤกษา” รุกอพาร์ตเมนต์ “A5” ผุด 2 ธุรกิจใหม่ต่อยอดบ้านหรูครบวงจร

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ภาคอสังหาริมทรัพย์หนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและระดับอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่เอื้อต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดอสังหาฯชะลอตัวลง แม้ความต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยยังคงมีอยู่

สะท้อนจากข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) คาดการณ์ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ปี 2568-2569 ยังชะลอตัว ปี 2568 เปิด 74,544 หน่วย ลดลง 31.2% มูลค่า 472,300 ล้านบาท ลดลง 38.6% ปี 2569 เปิดเพิ่มในอัตราชะลอ 75,000 หน่วย เพิ่ม 0.6% มูลค่า 487,500 ล้านบาท เพิ่ม 3.2% ทำให้หลายบริษัทเริ่มขยับสู่การปรับโครงสร้างรายได้ แตกไลน์สู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระจายความเสี่ยงในช่วงตลาดยังไม่ฟื้นตัว

อสังหาฯแตกไลน์หนีตลาดซึม

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังกำลังซื้อที่อยู่อาศัยขายใหม่ยังไม่ฟื้น มีปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและยอดรีเจ็กต์เรตสูง ในช่วงที่ผ่านมามีอสังหาฯหลายบริษัทปรับแผนรุกธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจรับสร้างบ้าน ธุรกิจบ้านมือสอง ขณะเดียวกันแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจอื่น เช่น นิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า โรงแรม โดยการปรับตัวของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป

“เดิมรีเจ็กต์เรตมีปัญหาในกลุ่มต่ำ 3 ล้านบาท แต่ตอนนี้เป็นทุกกลุ่มราคา ทำให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เปิดใหม่ต่ำสุดในรอบ 20 ปี จากที่เคยเปิดกว่า 1 แสนยูนิต ในปี 2568 เหลืออยู่ประมาณ 4 หมื่นยูนิต ส่วนปี 2569 คาดว่าจะเปิดใหม่เพิ่มประมาณ 5% ซึ่งเป็นการเปิดเพิ่มขึ้นบนฐานที่ต่ำสุด” นายอิสระกล่าว

เสนาฯเคลียร์สต๊อกผ่านตลาดเช่า

น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เสนาฯมียอดการปฏิเสธสินเชื่อบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ถึง 70% เพราะเป็นพอร์ตใหญ่ของบริษัท ทำให้พยายามปรับตัวตามตลาด หันทำโครงการเช่าที่อยู่อาศัยมากขึ้นจากสต๊อกพร้อมอยู่ ที่มีอยู่ประมาณ 5,000 ยูนิต กว่า 10,000 ล้านบาท แม้ว่าจะได้กำไรน้อยกว่า และเป็นภาระการดูแลระยะยาว

“เราต้องเปลี่ยนความคิดกรอบธุรกิจ ไม่ใช่แค่ขายอย่างเดียว ปล่อยเป็นเช่าก็ได้ ปกติไม่มีใครชอบ เพราะกำไรน้อยกว่า เป็นภาระระยะยาว และต้องดูแลสถานะ DE Ratio (อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน) ดี ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่เราเลือก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์” ดร.เกษรากล่าว

น.ส.เกษรากล่าวว่า เสนาฯจัดตั้งบริษัท เงินสดใจดี จำกัด ทำธุรกรรมการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ผ่าน 2 โครงการ คือ LivNex หรือการเช่าออมบ้านลูกค้าเข้ามาซื้อบ้านและผ่อนตรงกับเสนาฯในอัตราดอกเบี้ย 1.8% โดยบริษัท เงินสดใจดี มีการติดตามทุก 6 เดือน มีเงื่อนไขลูกค้า LivNex จะมีเวลาเข้าร่วมโครงการไม่เกิน 3 ปี และ RentNex การเช่าปกติ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเป็นหนี้ 30 ปี ถ้าอยู่แล้วเปลี่ยนใจอยากจะซื้อ สามารถเปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินต้นได้

น.ส.เกษรากล่าวว่า เสนาฯยังทำธุรกิจโลจิสติกส์ให้บริการพื้นที่เก็บของและคลังสินค้า โดยร่วมทุน บริษัท มิตซูบิชิ โลจิสติคส์ คอร์ปอเรชั่น โดยเสนาฯถือหุ้น 51% มิตซูบิชิฯ 49%

แสนสิริรุกรับสร้างบ้านผุดฟันด์

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ บริษัท บ้านต้นแบบ จำกัด เพื่อเดินหน้าธุรกิจรับสร้างบ้านต่อยอดโรงงานพรีคาสต์ “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” บริการรับสร้างบ้านครบวงจร ให้คำปรึกษาด้านการเงินและสินเชื่อ ออกแบบบ้านและก่อสร้างด้วยนวัตกรรมพรีคาสต์ มี 84 แบบบ้าน

โดยเจาะ 3 กลุ่มลูกค้า ได้แก่ 1.ลูกค้าเดิมของแสนสิริ ที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินส่วนตัว 2.เจ้าของที่ดินที่ให้ความสำคัญกับทำเลเดิมและชื่นชอบดีไซน์ 3.ผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการสร้างบ้านจำนวนไม่มาก และต้องการมาตรฐานระดับมืออาชีพ ราคาเริ่มต้นหลังละ 3.29-15 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเพิ่ม 100% จาก 250 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท

นอกจากนี้ จัดตั้งกองทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเข้าลงทุนในธุรกิจศักยภาพสูงอื่น ๆ โดยวางเป้าหมายมีรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี

ศุภาลัยร่วมทุนจีนลุยแวร์เฮาส์

นายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทาย ด้านหนึ่งเศรษฐกิจยังเติบโตแม้ชะลอลง เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง ดอกเบี้ยนโยบายเริ่มผ่อนคลาย แต่อีกด้านหนี้ครัวเรือนยังสูง บริษัทจึงต้องแม่นยำกับการบริหารธุรกิจทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า ทำเล ราคา การดูแลหลังการขาย และฐานะทางการเงิน เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว

ปีนี้ศุภาลัยกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก 1.เป้าหมายยอดขายรวม 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในไทย 30,000 ล้านบาท และออสเตรเลีย 15,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะเปิดตัว 1 โครงการในเมืองเมลเบิร์น ทำให้มีพอร์ตรวม 25 โครงการ มูลค่า 176,500 ล้านบาท 2.เปิด 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท ทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑลและภูมิภาค 3.ตั้งงบฯซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท สร้างความต่อเนื่องของพอร์ตโครงการ

“ศุภาลัยยังแตกไลน์ทำธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า โดยร่วมทุนกับบริษัท เอยู กรุ๊ป จากประเทศจีน จดทะเบียนที่ฮ่องกง จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ SEA (เอสอีเอ) จำกัด ในสัดส่วนไทย 51% จีน 49% โครงการมีเนื้อกว่า 200 ไร่ อยู่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เป็นที่ดินซื้อมาปี 2568 มูลค่าลงทุนรวมที่ดิน 1,600 ล้านบาท รองรับลูกค้าจากจีน ส่วนใหญ่เป็นคลังสินค้าอุตสาหกรรมเบา และส่งไปขายที่อเมริกาเหนือเป็นหลัก ได้ผู้รับเหมาแล้ว เริ่มสร้างในเดือนกุมภาพันธ์นี้” นายประทีป กล่าว

LH-SC-พฤกษา-เพอร์เฟคเอาด้วย

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า ปี 2569 เปิดตัวเพียง 2 โครงการใหม่ เริ่มทยอยลดการลงทุนอสังหาฯมา 3-4 ปีแล้ว ตามสถานการณ์ตลาดและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยมูฟเงินมาลงทุนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว โดยปีนี้จะเปิดโรงแรมใหม่ 1 แห่งที่พัทยา ขณะที่อัตราเข้าพักโดยรวมของโรงแรมค่อนข้างดี เฉลี่ย 80-90% ตามภาคการท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมี บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC Asset) ตั้ง บจ.เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (SCX) เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว จากธุรกิจ Recurring Income ตั้งเป้า 5 ปี มีสัดส่วนกำไรมากกว่า 25% จากธุรกิจคลังสินค้า จะมีพื้นที่เช่ารวม 700,000 ตร.ม. 2.ธุรกิจโรงแรม ในกรุงเทพฯ พัทยา สมุย และภูเก็ต มีห้องพักมากกว่า 2,000 ห้อง 3.ธุรกิจอาคารสำนักงาน 120,000 ตร.ม.

บมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง ได้เปิดตัว บจ.อินโน โฮม คอนสตรัคชั่น (IHC) รุก 3 ธุรกิจ สร้างแหล่งรายได้ใหม่ 1.ก่อสร้างแบรนด์ IHC 2.ธุรกิจรับสร้างบ้าน Plantnery และ 3.ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ แบรนด์ iPlearn (ไอเพลิน) นำร่องลำลูกกา รังสิต-คลอง 2 และบ่อวิน จ.ระยอง ตั้งเป้า 10,000 ห้อง ในปี 2571 จับกลุ่มพนักงานโรงงาน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ เน้นใกล้แหล่งงานและสถาบันการศึกษา

บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ขยายสู่ธุรกิจรับสร้างบ้านกลุ่มตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปถึงระดับบน ที่มีกำลังซื้อสูง ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีอีซี สร้างโอกาสเพิ่มรายได้ใหม่ และทำให้บริษัทมีสินค้าทั้งบ้านในโครงการและบ้านสั่งสร้างบนที่ดินของตนเอง และ บมจ.แอสเซทไฟว์ กรุ๊ป (A5) เปิดตัว 2 ธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1.Upper Class Solution ธุรกิจบริการด้านการอยู่อาศัยระดับพรีเมี่ยม และ 2.A5 Design ธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบ ตกแต่ง และต่อเติมที่อยู่อาศัย

29/1/2569  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 29 มกราคม 2569 )

โฆษณาแบนเนอร์