info@icons.co.th 02 810 8892-6 35.172.230.21

แสนสิริเผยคอนโดฯพร้อมอยู่+ลักเซอรี่ ดันยอดขายครึ่งปีแรก 25,000 ล้านบาท โตพุ่ง 37%

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

แสนสิริเผยผลงานครึ่งแรกปี 2566 ทำยอดขาย 25,000 ล้านบาท โต 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 18,300 ล้านบาท โครงการลักเซอรี่ 3 แบรนด์ได้รับการตอบรับสูง ทั้งนาราสิริ พหล-วัชรพล บูก้าน กรุงเทพกรีฑา และเศรษฐสิริ ดอนเมือง พร้อมเปิดเศรษฐสิริ 10 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 21,900 ล้านบาท

วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกของปี 2566 นับเป็นปีที่ท้าทายสำหรับแสนสิริอย่างมาก

จากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับภาวะดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

ครึ่งปีแรกสอบผ่านฉลุย ปั๊มยอดขาย 25,000 ล้าน

อย่างไรก็ดี แสนสิริมองล่วงหน้าถึงสถานการณ์และมีความพร้อมรองรับความผันผวนของภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ไว้แล้ว จึงวางกลยุทธ์ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม

ส่งผลให้สามารถสร้างผลงานเป็นที่น่าพอใจ โดยในครึ่งปีแรก แสนสิริสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 25,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 37% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยโครงการเปิดตัวใหม่ ทำยอดขายดีเกินคาดในทุกโครงการ นำแชมป์ด้วยโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่ อย่างนาราสิริ พหล-วัชรพล และบูก้าน กรุงเทพกรีฑา ที่สามารถสร้างยอดขายได้ดีมาก

ต่อยอดความสำเร็จจากการส่งมอบบ้านเดี่ยวในระดับซูเปอร์ลักเซอรี่จากแสนสิริ ในโครงการนาราสิริ กรุงเทพกรีฑา และบูก้าน โยธินพัฒนา ซึ่ง Sold out ปิดการขายอย่างรวดเร็ว ในช่วงก่อนหน้า

นอกจากนี้ จากความต้องการบ้านในระดับลักเซอรี่ ที่ยังมีดีมานด์อยู่มาก ประกอบกับกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อต่อเนื่อง ทำให้ทั้ง 2 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวก ได้ผลตอบรับที่ดี

รวมถึงโครงการเศรษฐสิริ ดอนเมือง ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสนามบินดอนเมืองและใกล้โรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเกินคาดเช่นกัน

คอนโดฯพร้อมอยู่สต๊อกลดฮวบเหลือ 8,100 ล้าน

ล่าสุด แสนสิริได้เปิดตัวแคมปัส คอนโด ใกล้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โครงการดีคอนโด ไฮป์ รังสิต ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่ามียอดจองแล้วถึง 80%

แสดงให้เห็นว่าครึ่งแรกของปีนี้ โครงการเปิดใหม่ได้รับผลตอบรับที่ดีในทุกโครงการ รวมถึงโครงการแนวราบอีกหลายโครงการ เช่น สราญสิริ ราชพฤกษ์ 345 และอณาสิริ ศรีนครินทร์-แพรกษา เป็นต้น

ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ หรือ Ready to Move เริ่มกลับมาขายดี สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมกำลังกลับมาหลังจากช่วงก่อนโควิดและหลังโควิดมีการดูดซับช้าลง

ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีกับตลาดคอนโดมิเนียมเป็นอย่างมาก เนื่องจากคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่เป็นตัวชี้วัดที่ดีในตลาด Real Demand

เพราะกลุ่มลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่า ไม่ได้เป็นการซื้อเพื่อเก็งกำไรหรือมีดีมานด์เทียมในยอดขายของคอนโดมิเนียมกลุ่มดังกล่าว

โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2566 ที่ผ่านมา แสนสิริสามารถทำยอดขายได้ดี จนทำให้ยูนิตสร้างเสร็จพร้อมขาย (Stock) ของคอนโดมิเนียมลดลงเหลือเพียง 8,100 ล้านบาท จาก Stock ในต้นปีที่ 11,000 ล้านบาท

ซึ่งนับว่าแสนสิริมี Absorption ที่ดีที่สุดในตลาด สำหรับกลุ่มคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ ภายใต้แบรนด์ The Base, The Line, The Muve, XT, dcondo และ CondoMe เป็นต้น

โดยในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ แสนสิริยังได้เตรียมปิดการขายอีก 12 โครงการ ในคอนโดมิเนียมกลุ่มแบรนด์นี้

กระแสเงินสดแข็งแกร่ง 17,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ แสนสิริยังสร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระแสเงินสดเป็นเรื่องสำคัญ

การมียูนิต สร้างเสร็จพร้อมขาย หรือ Stock ลดลงเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แสนสิริสามารถชำระคืนเงินกู้ธนาคารจากโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ได้ 100%

ซึ่งหมายถึง แสนสิริไม่มีภาระหนี้ที่ต้องชำระคืนในกลุ่มโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่

ซึ่งการมีวินัยทางการเงินนับเป็นปรัชญาสำคัญของแสนสิริ ในการดำเนินธุรกิจมาตลอดเวลาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้แสนสิริอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ดีและมีคุณภาพ เป็นที่วางใจของธนาคารและนักลงทุนเสมอมา

ทั้งนี้ การคืนหนี้ได้เร็วกว่ากำหนด ก็เท่ากับว่าแสนสิริสามารถลดค่าใช้จ่ายทางด้านการเงินไปในตัวอีกด้วย

ปัจจุบันแสนสิริมีสภาพคล่องอยู่กว่า 17,000 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งด้านการเงินมากที่สุด

ลุ้นสิ้นปีทำยอดขายเกินป้า 55,000 ล้านบาท

สำหรับไฮไลต์แผนธุรกิจครึ่งปีหลัง แสนสิริจะรุกบ้านเดี่ยวแบรนด์เศรษฐสิริอย่างต่อเนื่อง จากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และการตอบรับที่ดีของตลาดบ้านระดับลักเซอรี่และซูเปอร์ลักเซอรี่

แสนสิริจึงเดินหน้าเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริเพิ่มอีก 10 โครงการ มูลค่ารวม 21,900 ล้านบาท

ครอบคลุมทุกทำเล ทั้งรามอินทรา สายไหม เสรีไทย บางนา ราชพฤกษ์ พรานนก และพุทธมณฑล สาย 1 เป็นต้น ซึ่งนับเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูง

เมื่อรวมกับโครงการคอนโดมิเนียมที่จะทยอยเปิดตัวใหม่อีกกว่า 10 โครงการในช่วงครึ่งปีหลัง จากสถานการณ์ดีมานด์ตลาดคอนโดมิเนียมทยอยฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน

แสนสิริจึงมีโอกาสจะทำยอดขายได้เกินเป้า 55,000 บาท ตามแผนที่วางไว้ในช่วงต้นปี

“แสนสิริยังคงวางเป้าหมายในการพัฒนาโครงการ ตอบรับความต้องการลูกค้าในทุกเซ็กเมนต์ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘YOU Are Made For Life’

ซึ่งกลยุทธ์ในการเปิดตัวสินค้าในแต่ละกลุ่ม สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยใช้ข้อมูลทางตลาดเป็นตัวชี้นำ”

ทั้งนี้ แผนธุรกิจปี 2566 แสนสิริเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในกลุ่มลักเซอรี่ ที่ยังคงได้ผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้จากตลาดคอนโดมิเนียม ที่เริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น จะยิ่งส่งผลดีต่อยอดขายและผลประกอบการของบริษัท

ขณะที่การจัดตั้งรัฐบาลที่เสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับการท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ใกล้ระดับก่อนโควิดในช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว และนับเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

“ทั้งหมดนี้ ทำให้แสนสิริมั่นใจว่าเรายังคงมีผลการดำเนินงานที่ On Track ในการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่กับยอดขายและผลประกอบการที่ดีที่สุดของบริษัทต่อไปในปีนี้” นายวิชาญกล่าว

5/7/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 5 กรกฎาคม 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS