info@icons.co.th 02 810 8892-6 35.172.230.21

“บิ๊กซี” ปูพรมสาขาไทย-เทศ เด้งรับ ศก.ขาขึ้น-นักท่องเที่ยวดีดกลับ

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

“บิ๊กซี” เร่งปูพรม-รีโนเวต สาขาทั้งไทย-เทศ เด้งรับเศรษฐกิจ-นักท่องเที่ยว ดีดกลับ ลุยเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตในพนมเปญ-เวียงจันทน์ คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 1 ปี 2567 กางแผนเพิ่มเครือข่ายร้านโดนใจ ตั้งเป้าทะลุ 4,000 สาขา ภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มพื้นที่ตลาดกลางแจ้ง อีก 3 สาขา

แม้บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะชะลอแผนการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯออกไปก่อน เหตุผลจากปัจจุบันสถานการณ์ตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมีความผันผวน แต่ก็ยังติดตามสภาวะของตลาดทุนและทบทวนแผนไอพีโออย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความมั่นใจในการเติบโตของธุรกิจ ที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 และจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีแผนจะขยายสาขาในทุกโมเดลอย่างต่อเนื่อง

นางสาวจินดาธิป ศิริคุณากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี เปิดเผยในงาน Opportunity Day (วันที่ 13 ก.ย.) ว่า ขณะนี้ ภาพค้าปลีกและบริการโดยรวมเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น จากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และปัจจัยหนุนจากการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเห็นได้จากความคึกคักของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มกลับมาและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเกือบ 2 เท่าจากปีก่อน

และสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 28 ล้านคน และจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นบริษัทได้เพิ่มโฟกัสการขยายสาขาบิ๊กซีในโซนเมืองท่องเที่ยวอีก 35 สาขา จากเดิมมีอยู่ 25 สาขา ทำให้ปัจจุบันมีสาขาในโซนท่องเที่ยวสูงถึง 60 สาขาทั่วประเทศ และคาดว่าจะช่วยให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“จากการที่รัฐบาลเตรียมดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการ อาทิ ปรับลดราคาพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานของภาคเอกชนลดลง มาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน และมาตรการเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนด้วยเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนทั้งกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ และกลุ่มธุรกิจอาหาร-สินค้าอุปโภค บริโภค ส่วนมาตรการปรับขึ้นค่าแรงงานนั้น เบื้องต้นแม้อาจจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทบางส่วน แต่อีกด้านหนึ่งก็จะส่งผลดีต่อทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท เนื่องจากเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นประชาชนก็จะมีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น”

มุ่งขยายสาขาทั้งไทย-เทศ

นางสาวจินดาธิปกล่าวว่า สำหรับแผนการลงทุนจากนี้ไปจะยังคงมุ่งขยายสาขาทุกรูปแบบทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยงบฯลงทุนประมาณ 14,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้แบ่งเป็นงบฯลงทุนในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อยู่ที่ 59% ประกอบด้วยไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 สาขา แบ่งเป็นในไทย 2 สาขา และ 1 สาขา ในพนมเปญ กัมพูชา และกำลังสร้าง 1 สาขา ในเวียงจันทน์ สปป.ลาว คาดว่าจะแล้วเสร็จไตรมาส 1 ปี 2567

ส่วนโมเดลอื่นจะเปิดฟู้ด เพลส 2 สาขา ฟู้ดเซอร์วิส 4 สาขา บิ๊กซีมินิ 180 สาขา ล่าสุดได้มีการเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 7 สาขา อาทิ บิ๊กซีมินิ สาขาท่าปลา อุตรดิตถ์, สาขาลับแล อุตรดิตถ์, สาขาพัฒนาการ 38 กรุงเทพฯ, สาขาไทรม้า นนทบุรี, สาขาอุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษ, สาขาโคกเมา สงขลา, สาขาถนนสนามบิน เชียงราย เป็นต้น รวมทั้งมีแผนเพิ่มเครือข่ายร้านโดนใจ 4,000 สาขา จากเดิมที่เปิดไปแล้ว 2,597 สาขา รวมถึงเพิ่มพื้นที่ตลาดกลางแจ้ง (open air) 3 สาขา จากเดิมที่ 8 สาขา พร้อมกันนี้ทยอยรีโนเวตสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต 15 สาขา โดยจะเริ่มรีโนเวตบางสาขาในกรุงเทพฯ ให้เป็นบิ๊กซี เพลส ก่อน และจะรีโนเวตสาขาสแตนด์อะโลนทั้งหมดให้เป็น บิ๊กซี เพลส โดยในระยะ 5 ปี ตามแผนจะมีจำนวนสาขา บิ๊กซี เพลส รวมทั้งหมด 90 สาขาทั่วประเทศ

ท่องเที่ยว-ขยายสาขาปัจจัยหนุน

รายงานข่าวจากบริษัท บีเจซี เปิดเผยถึงรายได้รวมกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ สำหรับไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 29,465 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,485 ล้านบาท หรือ 5.3% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 26,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,302 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และยอดขายที่ดีจากเทศกาลสงกรานต์และฤดูร้อน ส่งผลให้ยอดขายต่อสาขาเดิมเติบโต 4.8% ในไตรมาส 2/2566 (ไม่รวมยอดขายสินค้าบีทูบี) ขณะที่รายได้อื่นอยู่ที่ 3,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.8% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น

โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 มีจำนวนสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด 154 สาขา (รวมบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 1 สาขา ในกัมพูชา) ซูเปอร์มาร์เก็ต 46 สาขา (บิ๊กซี มาร์เก็ต 35 สาขา และบิ๊กซี ฟู้ดเพลสซูเปอร์มาร์เก็ต 11 สาขา) บิ๊กซี มินิ 1,471 สาขา (รวมสาขาแฟรนไชส์ 52 สาขาในประเทศไทย บิ๊กซี มินิ 18 สาขา และร้านค้าสะดวกซื้อ Kiwi Mart 2 สาขาในกัมพูชา (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรีแบรนด์เป็นร้านภายใต้แบรนด์บิ๊กซี) บิ๊กซี ดีโป้ 11 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิส 4 สาขา ตลาดกลางแจ้ง 8 ตลาด ร้านขายยาเพรียว 146 สาขา กาแฟวาวีิ 107 สาขา และร้านเอเชีย บุ๊ค 56 สาขา ร้านโดนใจ 2,597 สาขา

โดยในไตรมาส 2/2566 บริษัทได้เพิ่มศักยภาพของอีคอมเมิร์ซโดยการเชื่อมต่อร้านค้าบิ๊กซี มินิ จำนวน 400 สาขา นำร่องเข้ากับแอปพลิเคชั่น Big C PLUS เพื่อให้ลูกค้าบิ๊กซี มินิ สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์และรับส่งสินค้าภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากร้านค้า ปัจจุบัน Big C PLUS มียอดดาวน์โหลดอยู่ที่ 5.3 ล้านดาวน์โหลด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 4.7 ล้านดาวน์โหลด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ บริษัทยังมีร้านบิ๊กซี มินิในลาว 60 สาขาที่บุคคลภายนอกเป็นเจ้าของและดำเนินการ และนอกจากประเทศกัมพูชาและลาว บริษัทยังให้สิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า B’s Mart แก่บุคคลภายนอก เพื่อดำเนินงานร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ B’s Mart ในประเทศเวียดนามด้วย

22/9/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 22 กันยายน 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS