ชีวาทัย ปรับพอร์ตลงทุนบุกบ้านแนวราบ หวังสร้างรายได้สม่ำเสมอ

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

ชีวาทัย ปรับพอร์อตลงทุน เพิ่มพอร์ตโครงการแนวราบ หวังสร้างรายได้สม่ำเสมอ หลังรายได้จากคอนโดฯ ผันผวนตามงานก่อสร้าง เผยปี 61 ทุ่มงบ 3,500 ล้านบาทผุด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 5,915 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 5 โครงการ คอนโดฯ 2 โครงการ ตั้งเป้าปี 61 รายได้ 2,400 ล้านบาท โต 20%

นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHEWA เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 จะยังมีอัตราการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ การลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยย่านใจกลางเมืองเชื่อว่ายังมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ ๆ โดยเฉพาะในทำเลใกล้รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายต่าง ๆ ส่งผลให้ความต้องการในที่อยู่อาศัยมีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับแผนการลงทุนบริษัทมีแผนเพิ่มพอร์ตสินค้าประเภทบ้านแนวราบ เพื่อสร้างรายได้ให้มีความสม่ำเสมอแทนการพึ่งพิงรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมมากเกินไป เนื่องจากบ้านแนวราบการก่อสร้างเร็ว โอนเร็ว รับรู้รายได้เร็ว ต่างจากคอนโดมิเนียมที่มีการรับรู้รายได้เมื่อสร้างเสร็จ หากไตรมาสใดที่งานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หรือไม่มีการโอน รายได้ก็จะติดลบ ซึ่งปัจจุบัน สัดส่วนการลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทอยู่ที่ 90% บ้านแนวราบมีเพียง 10% ซึ่งหลังจากนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนโครงการบ้านแนวราบเพิ่มเป็น 40% ภายใน 3 ปี

“ตลาดคอนโดมิเนียมเติบโตอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาทำได้ยากขึ้น ทั้งจากการหาซื้อที่ดินที่ยากมากขึ้น การก่อสร้างให้ทันเวลา แต่หากมีโครงการแนวราบมากขึ้นจะช่วยให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้เรื่อย ๆ ไม่ขาดตอน นอกจากนี้ วัฒนธรรมของคนเอเชียเองยังคงชอบที่จะอยู่บ้านมากกว่าคอนโดฯ แม้ว่าการอยู่คอนโดฯ จะช่วยแก้ปัญหาการเดินทาง มีความสะดวกสบาย แต่เมื่อผู้บริโภคอายุย่างเข้า 40-50 ปี ในช่วงบั้นปลายชีวิตจะอยากอยู่บ้านมากกว่า” นายบุญ กล่าว

สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าใช้งบลงทุน 3,500 ล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาโครงการ 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5,915 ล้านบาท เป็นโครงการลงทุนเอง 5 โครงการ และร่วมทุน 2 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ ชีวาทัย เรสซิเดนท์ ทองหล่อ จำนวน 155 ยูนิต มูลค่า 954 ล้านบาท, 2. โครงการ ฮอลล์มาร์ค เกษตรนวมินทร์ จำนวน 480 ยูนิต มูลค่า 1,700 ล้านบาท, 3. โครงการ ชีวาวัลย์ พุทธมณฑล สาย 1 จำนวน 53 ยูนิต มูลค่า 1,226 ล้านบาท, 4. โครงการ ชีวา โฮม รังสิต-คลอง 4 จำนวน 275 ยูนิต มูลค่า 700 ล้านบาท, 5. โครงการ ชีวา โฮม ประชาอุทิต 90 จำนวน 391 ยูนิต มูลค่า 885 ล้านบาท, 6. โครงการ ชีวา ฮาร์ท สุขุมวิท มูลค่า 180 ล้านบาท และ 7. โครงการ ชีวา ฮาร์ท ทองหล่อ มูลค่า 270 ล้านบาท

ทั้งนี้ ภายใน 3 ปี จะมีสัดส่วนรายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่ 55% โครงการแนวราบ 40% และอีก 5% จะเป็นรายได้จากโรงงานอุตสาหกรรมให้เช่า อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,400 ล้านบาท เติบโต 20% เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้ 2,040 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอนอยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท

“ในปีนี้บริษัทดำเนินธุรกิจมาครบ 10 ปี ด้วยการพัฒนาโครงการมากว่า 15 โครงการที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการ บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ด้วยการตอกย้ำแนวคิด “Build a life” หรือเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในใจของผู้บริโภค ซึ่งแผนการดำเนินงานใน 2561 นี้ บริษัทมุ่งเป้าหมายเดินหน้าพัฒนาโครงการทั้งในส่วนของแนวสูงและแนวราบอย่างต่อเนื่อง” นายบุญ กล่าว

20/2/2561  MGR Online (20 กุมภาพันธ์ 2561)

พื้นที่โฆษณา