สศช.ถก สุวรรณภูมิ เฟส3 19 ธ.ค.นี้ หลังทอท.ปรับแผนลงทุนก่อนชงครม.

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

สภาพัฒน์ ถกโปรเจ็กต์ขยายสนามบินสุวรรณภูมิ ค่า 7 หมื่นล้านบาท วันที่ 19 ธันวาคมนี้ ก่อนชงครม. หลังทอท.มีมติชะลอเทอร์มินัล 2 แต่จะขอให้เร่งพิจารณาสร้างรันเวย์ 3 พร้อมปรับปรุงแผนขยายอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบัน จากทิศตะวันออก มาทำฝั่งตะวันตกก่อน

จากมติบอร์ดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เห็นชอบให้ ทอท.เสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อชะลอการพิจารณาโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินัล) หลังที่ 2 เพื่อรอคำตอบจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณด้านทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ ทอท. จะใช้ก่อสร้างอาคารดังกล่าวพร้อมกับขอให้ สศช. เร่งพิจารณาโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 3 ที่เหลืออีก 2 โครงการ คือ ก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ด้านทิศตะวันตก

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เทอร์มินัล 2 ที่ทอท.เคยเสนอเข้ามา ยังอยู่ในระดับการวิเคราะห์โครงการของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้มีการนำมาพิจารณาในการประชุมระดับบอร์ดของสศช.แต่อย่างใด

แหล่งข่าวจากสศช. เผยว่า ขณะนี้ สศช. อยู่ระหว่างประสานความชัดเจนจากทอท. ว่าจะชะลอโครงการหรือไม่ และจะชะลอโครงการไหนบ้าง เพราะต้องมีหนังสือเป็นทางการที่ผ่านความเห็นจากบอร์ดทอท. และกระทรวงเจ้าสังกัดมายัง สศช.

เพราะขณะนี้ตามหนังสือที่ส่งมายัง สศช. ขอให้สศช.พิจารณาประกอบความเห็น คณะรัฐมนตรีทั้ง 3 โครงการตามแผนการลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 3 ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 และการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของรายการงานก่อสร้าง ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก เป็นงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก

อย่างไรก็ตามหลังจากสศช. ได้รับความเห็นจากทอท.แล้ว สศช. จะพิจารณาตามเกณฑ์ที่สศช. ใช้ในการวิเคราะห์โครง การ โดยจะมีการพิจารณาทั้งในเรื่องของภาพรวมการพัฒนาท่าอากาศยาน ซึ่งจะรวมถึงแผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานด้วย โดยพิจารณาความเหมาะสมหรือความสอดคล้องของโครงการที่เสนอกับทิศทางตามแผนแม่บท ส่วนจะเป็นแผน แม่บทใหม่หรือแผนแม่บทเดิม ขึ้นอยู่กับข้อเสนอที่ทอท.จะปรับมาใหม่ รวมทั้งต้องสอดคล้องในเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ที่องค์กรและประเทศจะได้รับ รวมถึงการดำเนินการรองรับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยปกติหากรัฐวิสาหกิจเสนอโครงการที่มีข้อมูลมาพร้อม ถูกต้อง และครบถ้วน สศช. จะมีระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 45 วันทำ การ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การทำงานภายในของสศช.“เนื่องจากได้มีการเสนอทั้ง 3 โครงการดังกล่าวมาก่อนแล้ว หากทอท.มีการปรับปรุงหรือชะลอโครงการบาง โครงการ โดยไม่กระทบต่อสาระสำคัญมากนัก ก็คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุ กรรมการด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งภายใต้ คณะกรรมการสศช. ได้ประมาณต้นเดือนธันวาคม เพื่อกลั่นกรองก่อนเสนอให้กรรมการ สศช.พิจารณา ซึ่งกำหนดไว้ว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการสศช. ในที่ 19 ธันวาคม 2561 เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของครม.ต่อไป

นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เผยว่าเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางทอท.ได้บรรยายสรุปแก่คณะผู้แทนสศช. ที่ได้เดินทางมาดูงานและเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปประกอบการเสนอความเห็นให้กับคณะรัฐมนตรี ในการพิจารณาโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 และการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของรายการงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก เป็นงานก่อสร้าง ส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ปีงบ ประมาณ 2554-2560) และแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2560 ฉบับปรับปรุง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561

8/12/2561  ฐานเศรษฐกิจ (8 ธันวาคม 2561)

พื้นที่โฆษณา