ทอท.ลุย6โครงการ2แสนล้าน ขยาย4สนามบินลดแออัด

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

เปิดไทม์ไลน์แผนขยายสนามบิน ทอท.ช่วง 6 ปีนี้ รุก 6 โครงการ ใน 4 สนามบิน มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ปักธงเฟส 3 ผุดเทอร์มินัลหลังใหม่ด้านทิศเหนือ-รันเวย์ 3 สนามบินสุวรรณภูมิเปิดปี 2565 ส่วนดอนเมือง-ภูเก็ต-เชียงใหม่ ขยายเต็มพื้นที่ เพิ่มการรองรับเป็น 180 ล้านคน ปัจจุบันสนามบินทั้ง 6 แห่งของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.มีผู้โดยสารใช้บริการรวมอยู่ที่ 141.87 ล้านคน จากศักยภาพการรองรับที่ 101 ล้านคน ส่งผลให้ปัจจุบันสนามบินมีผู้โดยสารใช้บริการเกินศักยภาพการรองรับมากถึง 40.87 ล้านคน ทำให้เกิดปัญหาความแออัดเป็นอย่างมาก โดยสนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 64.71 ล้านคน จากศักยภาพ 45 ล้านคน สนามบินดอนเมือง มีผู้โดยสาร 41.01 ล้านคน จากศักยภาพ 30 ล้านคน

ดังนั้นแม้ทอท.จะมีแผนแม่บทในการพัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่งในช่วง 10-20 ปีไว้แล้ว แต่จุดโฟกัสของแผนการลงทุนที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2562-2568 ตามไทม์ไลน์การลงทุนปัจจุบัน และแผนการเปิดให้บริการที่ชัดเจนในช่วง 6 ปีข้างหน้านี้ จะอยู่ที่การขยายการลงทุนใน 4 สนามบิน รวมกว่า 6 โครงการ ภายใต้การลงทุนรวมกว่า 1.9 แสนล้านบาท เพื่อขยายการรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็นกว่า 180 ล้านคนในปี2568 ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ, โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 (ด้านทิศเหนือ) สนามบินสุวรรณภูมิ, โครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3,โครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ตระยะที่2 ,โครงการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ระยะที่ 1 และโครงการพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ระยะที่ 2

โดยหลังจากการลงทุนในโครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส2 ที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี2560 จะแล้วเสร็จในปลายปีหน้า อาทิ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Midfield Satellite) หรือ SAT 1 การก่อสร้างอุโมงค์พร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ ทอท.ก็อยู่ระหว่างเตรียมลงทุนต่อในเฟส 3 คือการก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ 3 ที่อยู่ระหว่างการรออนุมัติการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) รวมถึงแผนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ ที่เตรียมจะนำเสนอกระทรวงคมนาคม ภายในเดือนหน้า เพื่อนำเรื่องเสนอสภาพัฒน์ ขยายการรองรับเพิ่มเป็น 90 ล้านคน ภายในปี2565

ต่อเรื่องนี้นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แผนขยายเฟส 3 สนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ด้านทิศเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ จะช่วยทำให้สนามบินสุวรรณภูมิ รองรับเพิ่มได้เป็น 90 ล้านคน ทำให้ซัพพลายจะเกินกว่าดีมานด์ของผู้โดยสาร ทำให้ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาความแออัดได้ ส่วนแผนการขยายอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออกและตะวันตก ก็จะถูกขยับออกไปเป็น Extra Phase แทน เพื่อรองรับในอนาคตหากพัฒนาในเฟส 4 เช่น การสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 และเฟส 5 คือ การสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ด้านทิศใต้ รันเวย์4 ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสาร ส่วนโครงการสนามบินดอนเมืองเฟส3

ขณะนี้ได้ข้อสรุปว่าไม่ต้องทำ EIA ขั้นตอนจากนี้ก็จะเสนอกระทรวงคมนาคม นำเรื่องเสนอสภาพัฒน์ต่อไป โดยหลักๆจะเป็นการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 ให้เป็นอาคารโดเมสติก เป็นต้น ในด้านโครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ตเฟส2 จะมีการขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศให้รองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ 10.5 ล้านคน สร้างลานจอดอากาศยาน 3 หลุมจอด ทำให้ในปี 2565 สนามบินภูเก็ตจะรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 18 ล้านคน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติโครงการจากรัฐบาลและศึกษา EIA

สำหรับแผนพัฒนาสนามบินเชียงใหม่ ทอท.จะขยายการรองรับทั้งในเฟส 1 และเฟส 2 เพื่อเพิ่มการรองรับของสนามบินให้เป็น 20 ล้านคน อาทิ ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ ขยายลานจอดอากาศยาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุมัติโครงการจากรัฐบาลและศึกษา EIA อย่างไรก็ตามแผนการพัฒนาในส่วนของสนามบินภูเก็ตและเชียงใหม่ที่เกิดขึ้น จัดว่าเป็นการพัฒนาเต็มศักยภาพสูงสุดที่สนามบินจะขยายได้แล้ว ทำให้ทอท.จึงวางแผนจะสร้างสนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 โดยจะลงทุนบริเวณอ.โคกลอย จ.พังงา ส่วนสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 มองไว้ที่รอยต่อระหว่างอ.สันกำแพงจ.เชียงใหม่และอ.บ้านธิ จ.ลำพูน ซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการทรวงคมนาคม กล่าวว่า วันนี้สนามบินของทอท.มีความแออัดมาก การขยายสนามบินเป็นเรื่องจำเป็น ที่ผ่านมาก็ขยายล่าช้าไม่ทันกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วหากเทียบกับสนามบินของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ เขาขยายต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าทอท.มั่นใจว่าทำแล้วดีเป็นประโยชน์ อย่างการสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือของสนามบินสุวรรณภูมิ กระทรวงคมนาคมก็พร้อมนำเสนอรัฐบาลต่อไป ไม่งั้นไทยก็เสียโอกาส

5/11/2562  ฐานเศรษฐกิจ (05 พฤศจิกายน 2562)

ผู้สนับสนุน