เงินสดล้นมือ BTS ลงทุน ต่อยอด อสังหาฯ-สื่อ

Transportation News / ข่าวหมวดระบบขนส่ง

โบรกฯเผย BTS เข้าลงทุนในกิจการอื่นเพื่อบริหารกระแสเงินสด มองการเข้าซื้อเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่หวังบริหารงาน แต่รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากและพันธบัตร เน้นจับธุรกิจเอื้อรถไฟฟ้า ไม่ขยายลงทุนนอกกลุ่มอสังหาฯ-สื่อจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับตํ่า หลังธนาคารกลางทั่วโลกต่างประกาศปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่อเนื่อง ทำให้การลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี แข็งแกร่ง ให้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงิน หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล ถึงแม้จะปลอดภัยกว่าก็ตาม ซึ่งการลงทุนดังกล่าว สอดคล้องกับการเข้าซื้อหุ้นในธุรกิจต่างๆ ของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (BTS) โดยที่ผ่านมาได้ลงมาเป็นนักลงทุนด้วยการซื้อหุ้นและร่วมลงทุนในหลายๆ บริษัท เพื่อต่อยอดและช่วยผลักดันธุรกิจซึ่งกันและกันทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2558-2562 BTS ได้เข้าร่วมลงทุนและซื้อหุ้นหลายรายการ ทั้งโดยตรงและใช้บริษัทย่อยเข้าลงทุน ประกอบด้วย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (บมจ.) (SIRI), บมจ.ยูซิตี้ (U), บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO), บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด, บมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB), บมจ.คอมเซเว่น (COM7), บมจ. อาร์เอส (RS) และล่าสุดร่วมกับพันธมิตรก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติเวอร์โซ (ตารางประกอบ) สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2562/2563 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9,086 ล้านบาท เติบโต 194.0% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ธุรกิจสื่อโฆษณาและธุรกิจบริการ ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.2% ขณะที่ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 15,066 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 274.7% นอกจากนี้ ยังจ่ายเงินปันผลประจำปี 2561/2562 งวดสุดท้ายจำนวนไม่เกิน 3,139.2 ล้านบาท ที่หุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งจ่ายเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 คิดเป็นเงินปันผลทั้งปีประมาณ 5,152.5 ล้านบาท หรือหุ้นละ 0.42 บาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนประจำปีที่ 3.98%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงธุรกิจของ BTS ว่า แต่ละปีบริษัทจะมีรายได้และผลกำไรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ลงทุนในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมาไปแล้ว ส่งผลให้มี BTS ต้องบริหารจัดการกระแสเงินสดที่มีเข้ามามากให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด โดยช่วงที่ผ่านมา การเข้าลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ของ BTS มองว่าเป็นการบริหารกระแสเงินสดที่มีอยู่ค่อนข้างมาก และเป็นการต่อยอดธุรกิจหลัก โดยจะเข้าร่วมลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และสื่อโฆษณา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เอื้อต่อรถไฟฟ้า “หลังจากเร่งลงทุนตั้งแต่ต้น ทำให้ปัจจุบัน BTS อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวรายได้และกำไร ส่งผลให้กระแสเงินสดที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก บริษัทจึงต้องบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ นอกจากการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นแล้ว ก็ต้องเข้าไปลงทุนเพื่อเสริมแกร่งให้กับธุรกิจอีกด้วย ซึ่งการลงทุนของ BTS เป็นลักษณะเข้าไปซื้อหุ้นในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ถึงกับต้องเข้าไปบริหาร โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาฯ ที่มีความต้องการใช้เงินลงทุน ขณะที่ กลุ่มสื่อก็ต้องใช้เงินทุนในการดำเนินงานเพื่อให้เติบโตได้ในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ หาก BTS จะขยายการลงทุนอีก คาดว่าจะไม่ออกไปจาก กลุ่มอสังหาฯ และสื่อ”บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ จก. ระบุว่า ยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ BTS ด้วยราคาเป้าหมายที่ 13 บาท โดยรอผลการเจรจาอย่างเป็นทางการสำหรับสัมปทานสายสีเขียว หากได้รับการต่อสัญญาสัมปทาน ประเมินเบื้องต้นจะมี upside ประมาณ 0.7-1.40 บาทต่อหุ้นขึ้นกับเงื่อนไขของสัมปทาน ส่วนโครงการมอเตอร์เวย์ 2 สาย เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) บางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) มูลค่ารวม 39,138 ล้านบาทสำหรับงานออกแบบและดำเนินงานซ่อมบำรุง คาดจะเสนอครม.?และลงนามในต้นปี 2563 ประเมิน upside ประมาณ 0.30 บาทต่อหุ้นนอกจากนี้ มีแผนเข้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เพิ่มเติมจากการเข้าประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอยู่ระหว่างการตรวจสอบด้านเทคนิคและเหลือคู่แข่งเพียง 1 รายเท่านั้น ขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยเสี่ยงมาจากการเจรจาต่อรองเงื่อนไขสัมปทานสายสีเขียวที่ล่าช้า ความล่าช้าของโครงการต่างๆ และสภาวะเศรษฐกิจที่จะกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ ของบริษัท

BTS มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ วันที่ 19 กันยายน อยู่ที่ 167,003.42 ล้านบาท โดยมีนายคีรี กาญจนพาสน์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 จำนวน 3,099,221,052 หุ้น สัดส่วน 24.68% คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ที่ถือ 41,220 ล้านบาท (ราคาปิด BTS เมื่อ 19 ก.ย. 62 ที่ 13.30 บาท) เพิ่มขึ้น 42% จากมูลค่าหลักทรัพย์ที่ “คีรี” ถือในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีมูลค่า 28,978 ล้านบาท (ราคาปิด BTS เมื่อ 20 ก.ย. 61 ที่ 9.35 บาท)

22/9/2562  ฐานเศรษฐกิจ (22 กันยายน 2562)

ผู้สนับสนุน