ยอดตั้ง-ขยายโรงงาน ปี 62 พุ่ง 4.8 แสนล.

Industrial News / ข่าวหมวดงานอุตสาหกรรม

กรอ.เผยตัวเลขลงทุนตั้งโรงงานและขยายกิจการใหม่ปี 2562 เงินลงทุนพุ่ง 4.83 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2.07 แสนคน เป็นการลงทุน ในพื้นที่อีอีซี 550 โรงงาน เงินลงทุน 1.11 แสนล้านบาท ขณะที่ปิดกิจการมี 1,743 โรงงาน เลิกจ้าง 4.39 หมื่นคนการลงทุนภาคอุตสาหกรรมช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา หากพิจารณาภาพรวมแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีความคึกคักพอสมควร โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานว่า ในปีงบประมาณ 2562 มีผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนและแจ้งเริ่มประกอบกิจการในพื้นที่ที่อยู่นิคมอุตสาหกรรมทั้งประเทศ 57 แห่ง มีจำนวน 224 ราย เงินลงทุน 3.48 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 3.42 หมื่นคน เป็นในส่วนของนิคมที่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี 31 แห่ง ได้แจ้ง เริ่มประกอบกิจการแล้ว 183 ราย เงินลงทุน 3.23 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2.87 หมื่นคน ส่วนที่เหลือ 26 แห่ง แจ้งเริ่มประกอบกิจการ 41 ราย เงินลงทุน 2.53 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงาน 5,520 คนขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม รายงานว่า ในปี 2562 มีการยื่นขอประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการโรงงาน ซึ่งอยู่นอกพื้นที่นิคมรวม 4,379 โรงงาน เงินลงทุน 4.83 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2.07 แสนคน อยู่ในพื้นที่อีอีซี 550 โรงงาน เงินลงทุน 1.11 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 2.78 หมื่นคนนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 มียอดโรงงานที่ประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการโรงงาน มีจำนวนโรงงานลดลง 15.84% จากปี 2561 อยู่ที่ 5,203 โรงงาน แต่หากเทียบกับเม็ดเงินลงทุนแล้วจะมากกว่า 31.86% จากปี 2561 อยู่ที่ 3.66 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น 1.52% จากปี 2561 อยู่ที่ 2.04 แสนคนเป็นในส่วนของการขอประกอบกิจการโรงงานใหม่ จำนวน 3,253 โรงงาน เงินลงทุน 3.03 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 9.73 หมื่นคน และขอขยายกิจการโรงงาน จำนวน 1,126 โรงงาน เงินลงทุน 1.80 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 1.10 แสนคน

ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกอบและขยายปี 2562 มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร 543 โรงงาน กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก 471 โรงงาน และกลุ่มผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ 371 โรงงาน โดยมีกลุ่มที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เงินลงทุน 89,190 ล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เงินลงทุน 58,024 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เงินลงทุน 39,377 ล้านบาท กลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เงินลงทุน 35,010 ล้านบาท และกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก เงินลงทุน 29,262 ล้านบาท เป็นต้นส่วนการแจ้งปิดกิจการโรงงานและการเลิกจ้างงานในปี 2562 มีจำนวน 1,743 โรงงาน คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนที่หายไป 5.65 หมื่นล้านบาท การเลิกจ้างงาน 43,987 คน แต่เมื่อเทียบกับการขอยื่นประกอบกิจการโรงงานใหม่ ยังมากกว่าปิดกิจการสูงถึง 86.63% มีการจ้างงานจากการประกอบกิจการใหม่สูงถึง 97,308 คน และมีการจ้างงานเพิ่มจากการขยายโรงงานอีกจำนวน 110,294 คน และพบว่ายังมีโรงงานหลายแห่งต้องการรับแรงงานเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปิดกิจการปี 2562 จำนวนมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ กลุ่มผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ จำนวน 196 โรงงาน กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ จำนวน 165 โรงงาน และกลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืช จำนวน 158 โรงงาน และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเลิกจ้างงานมากสุด 3 อันดับ ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายยกเว้นรองเท้า จำนวน 6,344 คน กลุ่มผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ จำนวน 5,754 คน และกลุ่มสิ่งทอ จำนวน 5,497 คนส่วนการขอประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการโรงงาน ในพื้นที่อีอีซี ที่อยู่นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในปี 2562 พบว่า มีการขอประกอบกิจการโรงงานใหม่ 413 โรงงาน เงินลงทุน 5.77 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงาน 1.65 หมื่นคน ขอขยายกิจการใหม่ 137 โรงงาน เงินลงทุน 5.33 หมื่นล้านบาท รวมเงินลงทุนมากกว่าปี 2561 ถึง 64.47%ทั้งนี้ มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกอบและขยายในพื้นที่อีอีซีมากที่สุดได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก 104 โรงงาน กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ 74 โรงงาน และกลุ่มผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ 52 โรงงาน และมีกลุ่มที่ใช้เงินลงทุนมากสุดได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เงินลงทุน 37,256 ล้านบาท กลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เงินลงทุน 14,616 ล้านบาท กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติก เงินลงทุน 9,365 ล้านบาท กลุ่มเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี เงินลงทุน 8,226 ล้านบาท กลุ่มผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ เงินลงทุน 7,282 ล้านบาท เป็นต้น

10/1/2563  ฐานเศรษฐกิจ (10 มกราคม 2563)

ผู้สนับสนุน