info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.238.107.166

แลนด์แอนด์เฮ้าส์ สวนกระแส อัดงบ7พันล้าน ลุยซื้อที่ดิน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บิ๊กเนมชะลอตุนซื้อที่ดินปี 63 บางทำเล หากเห็นซัพพลายล้น รับมือเศรษฐกิจโลกชะลอ พฤกษา เดินตามแผน แลนด์ ทุ่มงบซื้อที่ดินสูงกว่า บริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่ส่วนมากมักชะลอซื้อที่ดินในปี 2563 ต่อเนื่องมาจากปี 2562 จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กำลังซื้อหายไปจากตลาด สถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อ ผลกระทบเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแอลทีวี ประกอบกับราคาที่ดินขยับแพงเว่อร์ ไม่สามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยขายในราคาที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อโดยเฉพาะทำเลในเมืองแนวรถไฟฟ้านายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ พฤกษาเรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน) ระบุว่า ปี 2563 บริษัทชะลอซื้อที่ดินบางทำเล แนวเส้นทางรถไฟฟ้าออกไป หากเห็นว่ามีซัพพลายสูง และเน้นทำเลที่มีกำลังซื้อจริง

สอดคล้องกับ นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ริชี่เพลซ 2002 ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย สะท้อนว่าเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัว ผลกระทบจากแอลทีวี จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม บางทำเลซัพพลายล้น มีหลายปัจจัยมากระทบ ส่งผลให้หลายค่ายต่างปรับลดการซื้อที่ดินและชะลอโครงการ เช่นเดียวกับบริษัทปรับแผนขึ้นโครงการในบางทำเลแต่โครงการติดสถานีรถไฟฟ้ามองว่ายังไปได้ขณะ ค่ายแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ปี 2563 ใช้งบซื้อที่ดินสูงกว่าปี 2562 ที่ผ่านมา 2,000 ล้านบาท อาจเป็นไปได้ว่าราคาที่ดินสูงขึ้นหรือต้องการขยายโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่าในปี 2563 บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 11,000 ล้านบาท

ประกอบด้วยงบสำหรับการซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 7,000 ล้านบาท และงบลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่าอีกจำนวน 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะขายอพาร์ตเมนต์ 1 แห่งในสหรัฐอเมริกา และมีแผนที่จะออกหุ้นกู้อีกจำนวน 14,000 ล้านบาท จากแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2563 คาดว่า ณ สิ้นปี 2563 บริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเมื่อสิ้นปี 2562 โดยจะมีต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยลดลงกว่าระดับเฉลี่ย ณ สิ้นปี 2562อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปี 2562 บริษัทมีรายจ่ายด้านการลงทุนประมาณ 6,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายจ่ายในการซื้อที่ดินเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย 5,000 ล้านบาท และรายจ่ายในการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท ประกอบด้วยลงทุนในการพัฒนาโครงการช็อปปิ้งมอลล์-เทอร์มินอล 21 จำนวน 900 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ 600 ล้านบาทขณะเดียวกันในปี 2562 บริษัทขายโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยท์ สุขุมวิท 55 ให้กับกองทุนทรัสต์ เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ LHHOTEL ในมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนภาษีเป็นจำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนการเปิดโครงการใหม่ปีที่ผ่านมามี 16 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 30,535 ล้านบาท

22/1/2563  ฐานเศรษฐกิจ (22 มกราคม 2563)

แนะนำคู่ค้า