บ้าน-คอนโด เปิดใหม่ในกทม. เฉียด1.6หมื่นหน่วย สวนกระแส

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

บ้าน-คอนโดฯ เปิดโครงการใหม่ในกทม.-ปริมณฑล เติมซัพพลาย ในตลาด ไตรมาสแรกปีนี้เฉียด 1.6 หมื่นหน่วย หากเทียบช่วงเดียวกับปี 2562ลดลง 40%

ปัจจัยลบกระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์ มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และเมื่อเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 การเปิดตัวโครงการในไตรมาสแรกปี 2563 ยิ่งมีปริมาณลดลง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และไตรไตรมาส 2 การเปิดตัวค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากทุกค่ายต้องการรักษาสภาพคล่องลดการลงทุนโดยไม่จำเป็น หันมาทำสงครามราคา ระบายสต๊อกในมือ ทั้งนี้ นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตทจำกัด(มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบผู้ประกอบการ ต่างชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป เพื่อลดภาระการลงทุน และเน้นระบายสต๊อกในมือ สร้างกระแสเงินสดมากกว่า เนื่องจากต่างมีภาระ ทั้งการชำระคืนหุ้นกู้ การรักษาสภาพคล่องขององค์กร ทั้งนี้ สำหรับบริษัทไม่เปิดตัวโครงการใหม่ เน้นขายของเก่าออกไปให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม พบว่าสถิติการเปิดตัวในไตรมาสแรก และไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกค่ายต่างระวังตัวไม่สร้างซัพพลายเพิ่ม สอดคล้องกับ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานสถานการณ์โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2563 พบว่า มีจำนวน 68 โครงการ ลดลงจากช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 40.4% และมีจำนวนหน่วย 15,932 หน่วย ลดลง 29.6% ถือเป็นการเปิดขายโครงการใหม่ที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2554 ซึ่งเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และมีการเปิดขายโครงการใหม่เพียง 67 โครงการ 15,858 หน่วย เมื่อพิจารณาจากค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2558-2562) ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยจะเปิดขายเฉลี่ยไตรมาสละ 116 โครงการ 28,490 หน่วย จะเห็นได้ว่าในไตรมาส 1 ปี 2563 โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบครึ่ง โดยมีจำนวนโครงการต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 41.4% และจำนวนหน่วยต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 44.1% สำหรับโครงการเปิดขายใหม่ในไตรมาสนี้ แบ่งออกเป็นโครงการอาคารชุด 23 โครงการ 7,111 หน่วย จำนวนหน่วยลดลงมากถึง 42.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโครงการบ้านจัดสรร 45 โครงการ 8,821 หน่วย จำนวนหน่วยลดลง 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ ไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวน 15,932 หน่วย เมื่อแยกตามระดับราคาที่มีการเปิดขายมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ระดับราคา 2.01-3.00 ล้านบาทมากที่สุด มีจำนวน 5,970 หน่วย มีสัดส่วน 37.5% ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ อันดับ 2 ระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท มีจำนวน 3,586 หน่วย มีสัดส่วน 22.5% ส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ อันดับ 3 ระดับราคา 1.51-2.00 ล้านบาท มีจำนวน 2,035 หน่วย มีสัดส่วน 12.8% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด สำหรับโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวน 7,111 หน่วย เมื่อแยกตามที่ตั้งโครงการ พบว่า โซนที่มีการเปิดขายมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่1. โซนธนบุรี-คลองสาน-บางกอกน้อย-บางกอกใหญ่-บางพลัด มีจำนวน 1,653 หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 57% ส่วนใหญ่เป็นอาคารชุดตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ท่าพระ) ถนนจรัญสนิทวงศ์ที่เพิ่งเปิดให้บริการในปี 25622. โซนเมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก มีจำนวน 978 หน่วย เพิ่มขึ้นจากที่ไม่มีการเปิดขายใหม่ในช่วงเดียวกันของปีก่อน3. โซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด มีจำนวน 921 หน่วย ลดลง 38.1%4. โซนบางซื่อ-ดุสิต มีจำนวน 710 หน่วย เพิ่มขึ้น 46.1%5. โซนสุขุมวิท มีการเปิดขายใหม่จำนวน 609 หน่วย ลดลง 68.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ จำนวน 8,821 หน่วย พบว่า โซนที่มีการเปิดขายใหม่มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่1. โซนเมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก มีจำนวน 1,976 หน่วย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งไม่มีโครงการเปิดขายใหม่เลย2. โซนหลักสี่-ดอนเมือง-สายไหม-บางเขน มีจำนวน 1,087 หน่วย เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจาก?ช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีการเปิดขายใหม่เพียง 330 หน่วย3. โซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีจำนวน 923 หน่วย เพิ่มขึ้น 13.8%4. โซนคลองสามวา-มีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง มีจำนวน 874 หน่วย ลดลง 2.6%5. โซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ มีจำนวน 715 หน่วย ลดลง 31.8% ทั้งนี้ หากพิจารณาจากบริษัทที่พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2563 จำนวน 15,932 หน่วย จะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 12,206 หน่วย คิดเป็น 76.6% และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 3,726 หน่วย คิดเป็น 23.4% โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 12,206 หน่วย จะเห็นได้ว่าเป็นโครงการอาคารชุด 5,016 หน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.4% แต่โครงการบ้านจัดสรรมี 7,190 หน่วย เพิ่มขึ้น 33.3% ส่วนโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 3,726 หน่วย พบว่า มีจำนวนลดลงทั้งโครงการอาคารชุดและบ้านจัดสรร เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการอาคารชุดมีจำนวน 2,095 หน่วย ลดลง 64.0% และโครงการบ้านจัดสรรมีจำนวน 1,631 หน่วย ลดลง 65.9%

10/5/2563  ฐานเศรษฐกิจ (10 พฤษภาคม 2563)

พื้นที่โฆษณา