“มั่นคงฯ” ดึงยักษ์บำรุงราษฎร์-ไมเนอร์ ลุยธุรกิจเวลเนส 2 พันล้าน

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

“มั่นคงเคหะการ” ดึงยักษ์บำรุงราษฎร์-ไมเนอร์ ลุยธุรกิจเวลเนส ลงทุน 2,000 ล้าน พัฒนาโครงการ “รักษ”

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทประกาศแผนธุรกิจ 5 ปี (2559-2563) ในการสร้างพอร์ตรายได้การขายอสังหาริมทรัพย์กับรายได้ประจำ (รีเคอริ่ง อินคัม) 50:50

ล่าสุด มีการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจเวลเนส โดยลงทุน 2,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการ “รักษ” (รักษะ) โดยร่วมกับพันธมิตรธุรกิจอีก 2 รายคือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

นายวรสิทธิ์ อธิบายว่า โครงการนี้เป็นการลงทุนของมั่นคงฯ 100% และให้ทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาดูแลด้านการแพทย์ มีการแบ่งรายได้ในอัตรา 50:50 ตามแพ็กเกจที่ให้บริการ เช่น แพ็กเกจตรวจสุขภาพ 60,000 บาท ทางมั่นคงฯ และบำรุงราษฎร์จะแบ่งกันครึ่งหนึ่ง รวมทั้ง รพ.บำรุงราษฎร์จะต้องแบ่งกำไรสุทธิ 15% ให้แก่มั่นคงฯเพิ่ม ขณะที่ ความร่วมมือกับไมเนอร์ฯเป็นรูปแบบสัญญาจ้างเพื่อดูแลและบริหารการเข้าพักอาศัยเป็นเวลา 10 ปี

รายละเอียดโครงการรักษ ทำเลตั้งอยู่ใกล้คุ้งบางกระเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ ขนาด 200 ไร่ พื้นที่ภายในโครงการ 80% เป็นทะเลสาบและพื้นที่สีเขียว อีก 20% เป็นพื้นที่รักษาหรือ wellness village และบ้านพักฟื้น 60 ยูนิตในรูปแบบวิลล่า ได้แก่ การ์เด้นวิลล่า พื้นที่ใช้สอย 80 ตารางเมตร, พูลวิลล่า พื้นที่ใชสอย 101 ตารางเมตร, อยู่ดี เรสซิเดนซ์ และมีสุข เรสซิเดนซ์ พื้นที่ใช้สอย 400 ตารางเมตร โดยจะไม่มีการก่อสร้างอาคารสูงเนื่องจากติดข้อจำกัดกฎหมายผังเมือง

โดยการลงทุนเฟสแรกมั่นคงฯพัฒนาแล้ว 60 ไร่ ก่อสร้างบ้านพัก 27 ยูนิต วางแผนเปิดให้บริการธันวาคม 2563 นี้ รองรับยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical and wellness tourism) เนื่องจากไทยมีจุดแข็งในด้านการท่องเที่ยวและการแพทย์ คาดว่าการลงทุนจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-7 ปี

“หลังเปิดบริการคาดว่าปี 2564 จะมีอัตราเข้าพัก 30-40% และเพิ่มเป็น 50% ในปี 2565 ซึ่งจะทำให้รายได้ประจำที่มีอยู่ 35% ของมาร์จิ้นทั้งหมด เพิ่มเป็น 50% ตามแผน 5 ปีที่วางไว้”

นางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร กล่าวเพิ่มเติมว่า บริการด้านสุขภาพเป็นที่สนใจอย่างมากในประเทศยุโรป แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในฝั่งเอเชียและไทย ทว่าในช่วงสถานการณ์โควิดที่มีการปิดประเทศจนต่งชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ ลูกค้ากลุ่มแรกจึงน่าจะเป็นคนไทย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และไมเนอร์ฯก่อน

หลังจากสถานการณ์คลี่คลายและเดินทางข้ามประเทศได้แล้ว น่าจะมีลูกค้าต่างชาติมากขึ้นโดยเฉพาะชาวยุโรป อ้างอิงจากกลุ่มลูกค้าของคู่แข่งทางอ้อมที่เป็นชาวยุโรปกว่า 80-90% ส่วนลูกค้าเอเชียคาดว่าจะเป็นลูกค้าชาวจีน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเดาสัดส่วนลูกค้าต่างชาติและคนไทยได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจให้เช่าและบริการที่มั่นคงฯดำเนินการอยู่ คือสนามกอล์ฟฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ แม้ในช่วงโควิดจะต้องปิดให้บริการ 2 เดือน (เมษายน-พฤษภาคม) แต่ปัจจุบันอัตราการเข้าใช้กลับมากว่า 90% ของช่วงก่อนโควิด หรือ 4,100 คนต่อเดือน ยอดปกติอยู่ที่ 4,200-4,300 คนต่อเดือน ขณะที่โกดังสินค้าบางกอกฟรีเทรดโซนยังคงรักษายอดการใช้บริการ 90% เช่นเดิม

ส่วนยอดขายโครงการบ้านจัดสรร มั่นคงฯตั้งเป้ายอดขาย 2,900 ล้านบาท ซึ่งไตรมาส 1/63 บริษัทฯมียอดขาย 500 ล้านบาท ไตรมาส 2/63 มียอดขาย 800 ล้านบาท ทำให้ในครึ่งปีแรก 2563 มั่นคงฯมียอดขายแล้วกว่า 1,300 ล้านบาท

10/9/2563  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ (10 กันยายน 2563)

พื้นที่โฆษณา