info@icons.co.th 02 810 8892-6 34.239.176.54

ต่างชาติแห่ช็อปคอนโดหรู ทะลัก 7,700 ยูนิต “เมียนมา” มาแรง

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

AREA ประเมินปี 2566 ต่างชาติบินลัดฟ้าช็หอปอสังหาฯเมืองไทยสูงกว่ายุคก่อนโควิดเฉียด 20% จาก 6,500 หน่วย แนวโน้มเพิ่มเป็น 7,700 หน่วย จับตา “ลูกค้าจีน” ซื้อเกินครึ่ง ทำเลยอดฮิตโซนห้วยขวาง รัชดา-ลาดพร้าว สุวรรณภูมิ ฝั่งธน สงครามรัสเซีย-ยูเครนดันเศรษฐีจีนดอดซื้อคอนโด 10 ล้านเพียบในย่านศูนย์กลางธุรกิจ บิ๊กแบรนด์อสังหาฯแข่งเปิดโครงการใหม่ ชิงดำโควตาลูกค้าต่างชาติ 49% จับตาเศรษฐีเมียนมามาแรง

ปี 2566 แม้มีการประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวนสูง และกำลังเข้าสู่เศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก แต่ก็มีปัจจัยบวกจากการเปิดประเทศเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิด สำหรับประเทศไทยมองเป็นโอกาสในการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ เพราะเป็นธุรกิจที่มีกำลังซื้อนักท่องเที่ยวและลูกค้าต่างชาติมาเป็นตัวช่วยทำให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ล่าสุด สำนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์ค่าย AREA ทำการประเมินกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในไทยของคนจีน พบว่า แนวโน้มปี 2566 คาดว่าลูกค้าคนไทยและต่างชาติจะมีการซื้อขายรวมกัน 220,000 หน่วย คาดว่าลูกค้าต่างชาติซื้อในสัดส่วน 6% คิดเป็นจำนวน 13,200 หน่วย และคาดว่าสัดส่วนลูกค้าจีนซื้ออยู่ที่ 3.2% จำนวน 7,040 หน่วย

เมื่อประเมินจากตลาดลูกค้าต่างชาติ 13,200 หน่วย แสดงว่าการซื้อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศไทยในปี 2566 เป็นกำลังซื้อของลูกค้าจีนสูงถึง 53.3% เป็นเหตุผลทำให้อิทธิพลจีนจึงสูงมากในตลาดอสังหาฯไทย

2565 จีนซื้อเฉลี่ย 3.7 ล้าน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการสำรวจเบื้องต้นในปี 2565 ที่ผ่านมา คาดว่ามีลูกค้าจีนซื้อคอนโดมิเนียมในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 1,937 หน่วย รวมมูลค่า 7,243 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 3.739 ล้านบาท

เมื่อเทียบกับตลาดรวมพบว่า ลูกค้าจีนซื้อในสัดส่วน 3.8% ของหน่วยขายทั้งหมด 51,093 หน่วย ขณะที่ด้านมูลค่ามีการซื้อในสัดส่วน 3.9% ของมูลค่าขายได้ทั้งหมด 183,908 ล้านบาท

และเมื่อเทียบตลาดคอนโดฯที่ซื้อโดยลูกค้าต่างชาติพบว่า ลูกค้าต่างชาติซื้อรวมกัน 4,203 หน่วย แบ่งเป็นลูกค้าจีน 1,937 หน่วย สัดส่วน 46% ในด้านมูลค่ามีลูกค้าต่างชาติซื้อรวมกัน 20,364 ล้านบาท แบ่งเป็นลูกค้าจีน 7,243 ล้านบาท สัดส่วน 36%

ในด้านราคาเฉลี่ยต่อหน่วยพบว่า ภาพรวมราคาเฉลี่ยทั้งตลาดอยู่ที่ 3.560 ล้านบาท ขณะที่ลูกค้าต่างชาติซื้อเฉลี่ย 5.790 ล้านบาท/หน่วย ลูกค้าจีนซื้อเฉลี่ย 3.739 ล้านบาท ส่วนลูกค้าคนไทยซื้อเฉลี่ย 3.488 ล้านบาท/หน่วย

ต่างชาติทะลักซื้อรอบใหม่

ดร.โสภณกล่าวว่า แนวโน้มปี 2566 ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล คาดว่าจำนวนห้องชุดขายได้จาก 51,093 หน่วยในปีที่แล้ว จะเพิ่มเป็น 55,000 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยซื้อโดยลูกค้าต่างชาติ 7,700 หน่วย สัดส่วน 14%

จุดโฟกัสอยู่ที่ปี 2566 นี้ คาดว่ากำลังซื้อลูกค้าจีนจะหวนกลับมาซื้อมากเป็นพิเศษ 4,400 หน่วย สัดส่วน 8% ของตลาดรวม

ขณะเดียวกัน หากเทียบเฉพาะตลาดลูกค้าต่างชาติที่มีโควตาซื้อห้องชุดไทยได้ 49% คาดว่าลูกค้าจีนมีสัดส่วนซื้อถึง 57% เพราะเป็นชาติที่มีความพร้อมมากที่สุดในขณะนี้

ในเวลาเดียวกัน AREA ประเมินตลาดรวมทั่วประเทศพบว่า เทรนด์ปี 2566 มีการซื้อรวมกัน 220,000 หน่วย คาดว่าเป็นยอดซื้อที่อยู่อาศัย (บ้านและคอนโดมิเนียม) ของลูกค้าต่างชาติรวมกัน 13,200 หน่วย และคาดว่าเป็นลูกค้าจีนซื้อจำนวน 7,040 หน่วย

สำหรับตลาดเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล คาดว่ามีการซื้อที่อยู่อาศัยรวมกันทั้งคนไทยและต่างชาติ 120,000 หน่วย โดยคาดว่าเป็นการซื้อของลูกค้าต่างชาติ 9,600 หน่วย และคาดว่าเป็นการซื้อของลูกค้าจีน 5,400 หน่วย

โฟกัสทำเลให้แคบเข้าเฉพาะตลาดคอนโดฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล คาดว่ามีการซื้อรวมกัน 55,000 หน่วย คาดว่าต่างชาติซื้อ 7,700 หน่วย และคาดว่าลูกค้าจีนซื้อ 4,400 หน่วย

สัญญาณบวกต่างชาติโต 18%

สถิติในปี 2562 ลูกค้าต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัย 6,557 หน่วย สัดส่วน 12.1% เฉพาะลูกค้าจีนอยู่ที่ 3,801 หน่วย สัดส่วน 7% ของตลาดรวม

ยุคโควิดปี 2563-2564 ลูกค้าต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้าไทยได้ ทำให้สัดส่วนการซื้อในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลลดเหลือเพียง 3.5% และ 4.3% ตามลำดับ

ล่าสุดปี 2565 คาดว่ากำลังซื้อต่างชาติเริ่มฟื้นตัว โดยมีการซื้อรวมกัน 4,203 หน่วย แบ่งเป็นลูกค้าจีนมีการรับโอนห้องชุด 1,937 หน่วย

ส่วนเทรนด์ปี 2566 ประเมินว่าลูกค้าต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อคอนโดฯในเมืองไทยรอบใหม่ จำนวน 7,700 หน่วย คาดว่าลูกค้าจีนมีสัดส่วนเกินครึ่ง อยู่ที่ 4,400 หน่วย ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มลูกค้าต่างชาติปีนี้ช็อปซื้อคอนโดฯในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสูงกว่ายุคก่อนโควิดในปี 2562 แล้ว

เมื่อจับสถิติปี 2562 ก่อนยุคโควิด กับปี 2566 มาชนกันจะพบว่า ปี 2562 ลูกค้าต่างชาติซื้อรวมกัน 6,557 หน่วย แนวโน้มปีนี้คาดว่าซื้อรวมกัน 7,700 หน่วย หรือซื้อมากขึ้น 1,143 หน่วย คิดเป็นการซื้อเติบโตขึ้น 17-18%

เศรษฐีจีนแห่ซื้อราคา 10 ล้าน

ดร.โสภณกล่าวถึงทำเลที่ต่างชาติซื้อห้องชุดมากที่สุดในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในปี 2565 ว่า สำรวจ 5 อันดับแรก มีดังนี้

อันดับ 1 อยู่ในเขตใจกลางเมืองย่านศูนย์กลางธุรกิจ หรือ CBD (central business district) มีหน่วยขายให้ต่างชาติสูงถึง 1,117 หน่วย มูลค่า 10,828 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 10.4 ล้านบาท อันดับ 2 รัชดาฯ-ลาดพร้าว ล่าสุดได้รับการขนานนามว่าเป็นย่านไชน่าทาวน์ 2 รองจากย่านเยาวราช มีต่างชาติซื้อ 1,045 หน่วย มูลค่า 4,169 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 4 ล้านบาท

อันดับ 3 บางนา-เทพารักษ์ ต่างชาติซื้อ 782 หน่วย มูลค่า 1,358 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 1.73 ล้านบาท อันดับ 4 อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ ต่างชาติซื้อ 384 หน่วย มูลค่า 1,494 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 3.89 ล้านบาท และอันดับ 5 กรุงธน-บางพลัด ต่างชาติซื้อ 194 หน่วย มูลค่า 937 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 4.8 ล้านบาท

ขณะที่ท็อป 5 ทำเลลูกค้าจีนซื้อห้องชุด ดังนี้ อันดับ 1 รัชดาฯ-ลาดพร้าว 731 หน่วย มูลค่า 2,919 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 3.993 ล้านบาท อันดับ 2 ย่านใจกลางเมือง 223 หน่วย มูลค่า 2,166 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 9.713 ล้านบาท อันดับ 3 บางนา-เทพารักษ์ จำนวน 625 หน่วย มูลค่า 1,086 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 1.738 ล้านบาท

อันดับ 4 อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ จำนวน 115 หน่วย มูลค่า 448 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 3.9 ล้านบาท และอันดับ 5 กรุงธน-บางพลัด จำนวน 39 หน่วย มูลค่า 187 ล้านบาท เฉลี่ยหน่วยละ 4.8 ล้านบาท

2566 แข่งชิงดำโควตา 49%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสัญญาณบวกที่คาดว่ากำลังซื้ออสังหาฯของลูกค้าต่างชาติเริ่มฟื้นตัวเด่นชัด ทำให้สินค้าคอนโดฯซึ่งกฎหมายเปิดให้ต่างชาติซื้อได้ในสัดส่วน 49% หรือโควตา 49% กลายเป็นไฮไลต์ในการวางแผนลงทุนเปิดขายโครงการใหม่ในปีนี้

โดยเกมการแข่งขันยังเป็นของผู้ประกอบการบิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีการประกาศแผนธุรกิจปี 2566 จำนวนเพียง 8 ราย (ค่ายอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, เอพี ไทยแลนด์, แสนสิริ, ศุภาลัย, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ และแอสเซทไวส์) แต่มีมูลค่าโครงการเปิดใหม่รวมกัน 2.88 แสนล้านบาท สัดส่วน 54% ของแนวโน้มตลาดในภาพรวม แบ่งเป็นเปิดตัวคอนโดฯใหม่เกือบ 1 แสนล้านบาท

อนันดาฯตุน RTM 4.5 หมื่นล้าน

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานอสังหาริมทรัพย์ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2566 อนันดาฯวางแผนเปิดคอนโดฯระดับแฟลกชิป 2 โครงการ มูลค่ารวม 14,600 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ Branded Residence ทำเลใจกลางสุขุมวิท ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก มูลค่า 6,500 ล้านบาท กับไอดิโอ พหล-สะพานควาย ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสะพานควาย มูลค่า 8,100 ล้านบาท

v ไฮไลต์ของอนันดาฯ อยู่ที่มีโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือ RTM (ready to move) แข็งแกร่งที่สุดในวงการอสังหาฯ มูลค่า 45,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เหลือโควตาซื้อคอนโดฯของลูกค้าต่างชาติสูงถึง 34% มูลค่ารวม 15,500 ล้านบาท กระจายทำเลแนวรถไฟฟ้า โดยบริษัทมีแผนทำการตลาดเชิงรุก และจัดโรดโชว์ดึงดูดลูกค้าต่างชาติตลอดทั้งปี

“อนันดาฯมีเครือข่าย 224 เอเย่นต์ต่างชาติ กระจายอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ 65 ราย ไต้หวัน+ฮ่องกงอีก 86 ราย ที่เหลือมีที่ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ อียู และตลาดที่กำลังมาแรงคือกำลังซื้อลูกค้าเมียนมา ซึ่งมีเอเย่นต์ 14 ราย” นายประเสริฐกล่าว

แสนสิริประกาศรักษาแชมป์

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้แสนสิริตั้งเป้ายอดขายคอนโดฯในส่วนลูกค้าต่างชาติเต็ม 49% โดยมีการเปิดขายใหม่ 22 โครงการ มูลค่า 24,300 ล้านบาท

“ยอดขายลูกค้าต่างชาติปีนี้ แสนสิริตั้งเป้าไว้ 12,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 54% จากปี 2565 ที่ทำได้ 7,800 ล้านบาท ซึ่งทำให้แสนสิริรักษาความเป็นเบอร์ 1 ยอดขายลูกค้าต่างชาติในตลาดคอนโดฯ โดยโฟกัส 6 ตลาดหลักคือ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ CLMV และรัสเซีย” นายอุทัยกล่าว

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2566 เมเจอร์ฯมีแผนลงทุนเปิดตัวโครงการใหม่สูงสุดนับแต่ก่อตั้งบริษัทในรอบ 24 ปี จำนวน 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,700 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ 2 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้านบาท

บิ๊กแบรนด์ถมลงทุนคอนโดฯ

นางสาวกมลทิพย์ บำรุงชาติอุดม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียม บมจ.เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า เอพีฯประสบความสำเร็จในการผลักดันยอดขายคอนโดฯ ในปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้น 418% มูลค่า 11,440 ล้านบาท ปี 2566 เตรียมเปิดตัว 4 คอนโดมิเนียมใหม่ มูลค่ารวม 11,800 ล้านบาท

จุดแข็งอยู่ที่โครงการร่วมทุน หรือ JV (joint venture) กับกลุ่มมิตซูบิชิ เอสเตท ตั้งแต่ปี 2557-2565 ครบรอบ 10 ปีของความร่วมมือพันธมิตรธุรกิจ สถิติร่วมทุนแล้ว 21 โครงการ มูลค่ารวมเกิน 1 แสนล้านบาท และมีแนวคิดทำคอนโดฯร่วมทุนต่อไปในอนาคต โดยปีนี้เอพีฯเตรียมส่งมอบคอนโดฯพร้อมอยู่ 4 โครงการ มูลค่า 16,200 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 30% บวกลบ

“ยอดขายสุทธิคอนโดฯ ปี 2565 เติบโตจากปี 2564 ถึง 418% และเติบโตใกล้เคียงยุคก่อนโควิด ในขณะที่ปีนี้มีคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบ 16,200 ล้านบาท ปีนี้จึงมั่นใจว่าเป็นปีที่ดีที่สุดอีกปีหนึ่งของเอพี ไทยแลนด์”

ผู้สื่อข่าวสำรวจแผนลงทุนเปิดคอนโดฯโครงการใหม่ ปี 2566 อาทิ บมจ.ศุภาลัย เตรียมเปิดตัวคอนโดฯใหม่ 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท, บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ วางแผนเปิดคอนโดฯใหม่ทั้งโลว์ไรส์และไฮไรส์ มูลค่ารวม 12,100 ล้านบาท, บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เตรียมเปิดตัวใหม่ 1 โครงการ แบรนด์ “เดอะคีย์ ศรีนครินทร์” มูลค่า 6,500 ล้านบาท หลังจากชะลอการลงทุนคอนโดฯในยุคโควิดตั้งแต่ปี 2563, บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค วางแผนเปิดคอนโดฯใหม่ปีนี้ 1 โครงการ มูลค่า 1,000 ล้านบาท เป็นต้น

15/2/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 15 กุมภาพันธ์ 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS