info@icons.co.th 02 810 8892-6 44.201.97.224

ส่อง 10 บิ๊กแบรนด์อสังหา “แสนสิริ-แลนด์-เอพี” แลกกันคนละหมัด

Residential News / ข่าวหมวดที่พักอาศัย

เทศกาลรายงานผลประกอบการปี 2566 เดินมาถึงจุดไคลแมกซ์ก็ว่าได้ เพราะบิ๊กเนมวงการอสังหาริมทรัพย์ตบเท้าประกาศความสำเร็จกันอย่างคับคั่ง

ล่าสุด “พลัส พร็อพเพอร์ตี้” จัดทำสรุปผลงานโดดเด่นของ 10 บิ๊กแบรนด์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ดูตารางประกอบ) ในภาพรวมจะเห็นได้ชัดเจนว่าการ์ดไม่ตก ยังรักษาเกมรุก-เกมรับได้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจนานาประการในปีที่ผ่านมา

2566 สร้างดาวคนละดวง

โดย “อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ มองแนวโน้มภาคอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 เป็นปีแห่งความหวังในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ปัจจัยหนุนจากนโยบายภาครัฐที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน เช่น การลดค่าใช้จ่ายให้ภาคครัวเรือน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพลดลงและมีเงินเหลือ ไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้

รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยว และเปิดประเทศเป็นแหล่งผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้ธุรกิจต่างชาติ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มที่

ในฟากดีเวลอปเปอร์ มีการปรับแผนธุรกิจอย่างเหมาะสม ชูจุดแข็งที่แตกต่างกัน บางบริษัทชะลอการเปิดโครงการเพื่อรอประเมินสถานการณ์ บางบริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่แบบเต็มกำลัง และบางบริษัทก็ยังคงขยายตลาดที่อยู่อาศัยไปพร้อมกับพยายามหารายได้จากช่องทางอื่น ๆ ควบคู่กันไป

ทั้งนี้ REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัวขึ้น หลักใหญ่ใจความเป็นผลมาจากการปรับตัวของผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่มีการปรับสมดุลระหว่างสินค้าเหลือขายและสินค้าเปิดตัวใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะมีที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ 108,886 ยูนิต เพิ่มขึ้น 13.7% โดยผู้ประกอบการรายใหญ่หรือบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ยังคงตบเท้าโชว์ฟอร์มผลประกอบการปี 2566 ที่โดดเด่น เพราะถึงแม้ประเทศจะมีวิกฤตเศรษฐกิจสะสมยาวนานแค่ไหน แต่ดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยไม่เคยลดลงแต่อย่างใด

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าติดตามและเตรียมรับมือในปีนี้ มีทั้งทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทย แนวโน้มราคาพลังงานและราคาโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น กดดันให้ต้นทุนและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนประเด็นดอกเบี้ยแพงซึ่งกระทบโดยตรงต่องวดผ่อนและกำลังซื้อ อย่างไรก็ดี พลัสฯ เชื่อมั่นว่าปี 2567 ธุรกิจอสังหาฯ ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวและหาโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ

แสนสิริแชมป์รายได้รวม

ผลสำรวจแบบรัว ๆ ประเดิมด้วยฝั่ง “รายได้” หรือยอดรับรู้รายได้ในภาพรวมของแต่ละบริษัท พบว่าหัวตารางเป็นที่มั่นของค่ายแสนสิริ ที่ทำรายได้รวมถึง 39,082 ล้านบาท ในขณะที่ฝั่ง “กำไรสุทธิ” ต้องยอมรับว่าพี่ใหญ่ค่ายแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยืนอยู่หัวแถวค่อนข้างสม่ำเสมอ มีกำไรสุทธิที่เป็นเม็ดเงินจำนวน 7,482 ล้านบาท และเมื่อพิจารณาในแง่ของการลงทุนผ่านหุ้นอสังหาฯ ทั้ง 10 บริษัท มีอัตรา Dividend Yield ที่ดี อยู่ที่ 6-11% นำโดยแสนสิริที่ระดับ 11%

“หุ้นอสังหาริมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ค่อนข้างสูง สะท้อนจาก 10 บริษัทนี้มีระดับ Dividend Yield ที่ 6-11% นำโดยแสนสิริ 11.0% ถัดมาคือ พฤกษา 7.7% เอสซี แอสเสท 7.2% ศุภาลัย 7% ควอลิตี้เฮ้าส์ 6.8% แลนด์แอนด์เฮ้าส์และเอพี ไทยแลนด์เท่ากันอยู่ที่ 6.6% ออริจิ้น 6%”

รายละเอียดของแสนสิริ แชมป์ผลประกอบการรายได้อันดับ 1 มีรายได้รวม 39,082 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,060 ล้านบาท โดยรายได้รวมสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 11.7% จากปีก่อนหน้า มาจากการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม แนวสูง โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่

มีกำไรสุทธิมาเป็นอันดับที่ 2 แต่ก็สูงถึง 6,060 ล้านบาท นับว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งแสนสิริในรอบ 40 ปี หรือ All Time High เพิ่มขึ้น 42% จากปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 15.5%

แลนด์แชมป์กำไรสุทธิ

ถัดมา “แลนด์แอนด์เฮ้าส์” กลับมาครองแชมป์เป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงสุดอีกครั้ง มีกำไรสุทธิ 7,482 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 10% แต่คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ที่ 24.8% มีรายได้ 30,170 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 17.9% ปีนี้มีแผนเปิดตัว 11 โครงการใหม่ มูลค่า 30,200 ล้านบาท

“เอพี ไทยแลนด์” มีรายได้อันดับ 2 จากบ้านแนวราบ คอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่น ๆ ได้ 38,399 ล้านบาท ลดลง 0.8% กำไรสุทธิ 6,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% คิดเป็น Net Profit Margin 15.8% ปีนี้มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 48 โครงการ มูลค่า 58,000 ล้านบาท

“ศุภาลัย” มีรายได้รวม 31,818 ล้านบาท ลดลง 10.4% กำไรสุทธิ 5,989 ล้านบาท ลดลง 27% คิดเป็น Net Profit Margin 18.8% ปี 2567 เตรียมลงทุนเปิดตัว 42 โครงการใหม่ มูลค่า 50,000 ล้านบาท

บิ๊กแบรนด์ไล่ล่าอนาคต

“พฤกษา โฮลดิ้ง” ทำกำไรสุทธิ 2,205 ล้านบาท ลดลง -21% คิดเป็น Net Profit Margin 8.4% มีรายได้ 26,132 ล้านบาท ปีนี้วางแผนเปิดตัว 30 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 29,000 ล้าน

“เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน” มีรายได้รวม 24,566 ล้านบาท เติบโต 13.5% กำไรสุทธิ 2,482 ล้านบาท ลดลง -3% คิดเป็น Net Profit Margin 10.14% ปี 2567 ตั้งเป้ายอดขายนิวไฮ 28,000 ล้านบาท

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” มีรายได้รวม 15,157 ล้านบาท เติบโตลดลง -3.7% กำไรสุทธิ 2,718 ล้านบาท ลดลง -28% คิดเป็น Net Profit Margin 17.9% ในปีนี้มีแผนเปิดตัว 14 โครงการใหม่ มูลค่า 20,000 ล้านบาท

“ควอลิตี้เฮ้าส์” มีรายได้ 9,237 ล้านบาท ลดลง -2.2% กำไรสุทธิ 2,503 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% คิดเป็น Net Profit Margin 27.1% ปี 2567 วางแผนเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 10,000 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพฯ

“แอสเซทไวส์” มีรายได้ 7,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 20% กำไรสุทธิ 1,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% วางแผนเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 25,920 ล้านบาท เป้ารับรู้รายได้ต้องการเติบโตต่อเนื่อง โดยวางตัวเลขไว้ที่ 8,700 ล้านบาท

และ “FPT” ผลประกอบการเดือนมกราคม-ธันวาคม 2566 มีรายได้ 16,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% หรือทรงตัว มีกำไรสุทธิ 1,865 ล้านบาท ลดลง -8.2% ตั้งเป้าภายในปี 2570 จะสร้างรายได้มากกว่า 30,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ RaaS-Real Estate as a Service Brand

7/3/2567  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 7 มีนาคม 2567 )

ช่องยูทูปของ iCONS