info@icons.co.th 02 810 8892-6 3.92.91.54

MUJI กางแผนบุกต่างจังหวัด เข้มออฟไลน์-ออนไลน์ขยายตลาด

Retails News / ข่าวหมวดห้างสรรพสินค้า

ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา “มูจิ” แบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ยังคงสร้างสีสันให้แวดวงค้าปลีกแฟชั่นและเครื่องใช้ในบ้าน อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าสไตล์มินิมอลที่สร้างสรรค์ให้กับแวดวงเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา อาทิ หม้อหุงข้าว เตาปิ้งขนมปัง เครื่องดูดฝุ่น พัดลมตั้งพื้น และไดร์เป่าผม จากปลายปี 2565 ที่ผ่านมา ที่เปิดสาขา big size ที่โรบินสันราชพฤกษ์ เป็นสาขาที่ 29 และเป็นการเปิดร้านโมเดลโรดไซด์ สาขาแรกที่เปิดกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ติดถนน ออกแบบร้านเป็น 2 ชั้น มีพื้นที่รวม 1,700 ตารางเมตร

ล่าสุด นายอกิฮิโร่ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวทางการรุกตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ไป ดังนี้

Q : ทิศทางการดําเนินงานและกลยุทธ์ของมูจิในช่วงครึ่งปีหลังนี้

มูจิยังคงเดินหน้าตอกย้ำให้ลูกค้าทุกคนมองว่ามูจิไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ที่ขายสินค้าในชีวิตประจำวัน แต่เราคือ community ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในทุก ๆ ด้าน ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์มูจิได้ง่ายและมากขึ้น

โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มูจิยังไม่มีการเปิดสาขาใหม่ แต่ในครึ่งปีหลังปี 2566 ไปจนถึงช่วงกลางปี 2567 มีแผนจะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 8-10 สาขา และจะมีการขยายสาขาไปต่างจังหวัดมากขึ้น จากปัจจุบันมีจำนวนสาขาทั้งหมด 29 สาขา สาขาล่าสุด คือ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์

Q : การเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ ๆ รวมไปถึงการเปิดมุมใหม่ ๆ ในร้าน เพื่อสร้างความแปลกใหม่เพิ่ม

หลัก ๆ จะเป็นการขยายกลุ่มสินค้าใหม่ ๆ ที่เหมาะกับคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีขายเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้งหมวดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่จะมีดีไซน์ที่ทันสมัยและสีสันที่หลากหลายมากขึ้น โดยจะเริ่มได้เห็นความหลากหลายและน่าสนใจเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ Autumn/Winter 2023 Collection ที่กำลังจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้

รวมถึงของใช้ในบ้านหลายไอเท็มที่นำเข้าจากญี่ปุ่นมาขายในไทยครั้งแรกรวมถึงสาขาใหม่ ๆ จะเปิดในช่วงปลายปี 2566 ไปจนถึงกลางปี 2567 จะมีบริการใหม่ ๆ รวมถึงไลน์สินค้าใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยวางขายในประเทศไทยมาก่อนอีกด้วย

Q : แนวทางในการขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของมูจิ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิงประมาณ 70% และอายุระหว่าง 25-34 ปี ซึ่งเรามีแผนจะขยายกลุ่มลูกค้าไปยังกลุ่มนักศึกษา 18-24 ปี และวัยทำงาน อายุระหว่าง 25-34 ปี ให้มากขึ้น รวมถึงการขยายฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ชายมากขึ้นเช่นกัน เพราะสินค้าของมูจิตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย

Q : มีการวางกลยุทธ์การทำการตลาด ทั้งในส่วนช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ไว้อย่างไรบ้าง

มูจิจะเริ่มทำการตลาดในด้านของ influencer marketing และ youtuber ให้มากขึ้น ด้วยการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่มีภาพลักษณ์ที่ดีและเหมาะกับมูจิ รวมถึงเลือกคนที่ใช้สินค้าของมูจิจริง ๆ รวมถึงได้มีการขยาย social media platform มากขึ้นให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น TikTok และ platform ในกระแสอื่น ๆ ด้วยการทำ content บน social media ที่เน้นในแง่ของ product function ของสินค้า ที่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ทั้งในรูปแบบภาพนิ่งและวิดีโอ โดยเฉพาะภาพนิ่งหรือวิดีโอที่ค่อนข้างสมจริง ไม่ดูประดิษฐ์มากมาย จะได้รับความนิยมจากลูกค้าและ engagement บน social media ค่อนข้างดีและส่งผลให้เกิดการกระตุ้นยอดขายอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มยอดลูกค้าที่ติดตามใน LINE OFFICIAL ACCOUNT ของ MUJI THAILAND เนื่องจากเรายังไม่มี CRM platform เป็นของตัวเองในตอนนี้ แต่ลูกค้าที่เข้ามาในช่องทาง LINE OA เพราะเป็นช่องทางที่สะดวกสบายสำหรับลูกค้าคนไทย ตอบโจทย์พฤติกรรมของคนไทยที่ชอบใช้ LINE ในการสอบถามข้อมูลสินค้า แต่เรายังไม่ได้มีการให้ลูกค้าสั่งซื้อผ่านช่องทาง LINE แต่สามารถใช้บริการผ่าน Central Chat & Shop ได้ผ่านทาง LINE ของ Central Department Store

ส่วน e-Commerce ตอนนี้เรามีช่องทางการขายบน central online และ Lazada และมีแผนจะนำสินค้าวางจำหน่ายบนช่องทาง e-Commerce ให้หลากหลายเทียบเท่ากับหน้าร้านออฟไลน์ โดยในอนาคตมีแผนจะมีเว็บไซต์และ CRM application สำหรับมูจิ ประเทศไทย ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา นอกจากนี้ยังมีช่องทางจำหน่ายผ่าน Grabmart สำหรับลูกค้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถเลือกสาขามูจิบริเวณใกล้เคียงเพื่อสั่งสินค้าได้มากกว่า 17 สาขา

สำหรับออฟไลน์ จากนี้ไปจะมีการทำกิจกรรมภายในร้านกับลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น เช่น การทำตลาดนัดมูจิ โดยจะคัดเลือกร้านค้าใหม่ ๆ ที่มีสินค้าตอบโจทย์แนวคิดของมูจิในเรื่องของความเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และความยั่งยืน และกิจกรรม workshop ภายในร้านที่ลูกค้าสามารถมีส่วนร่วมได้

Q : มองพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้าชาวไทยปัจจุบันอย่างไร ชื่นชอบสินค้าแบบไหนเป็นพิเศษ และแตกต่างจากลูกค้าในประเทศอื่นอย่างไร พฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยไม่ต่างจากประเทศอื่น ๆ มากนัก แต่คนไทยจะตามกระแสใหม่ ๆ และใช้โซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, Twitter และ LINE มากกว่าคนญี่ปุ่นหลายเท่า มูจิ ประเทศไทย จึงพยายามที่จะเรียนรู้และทำการตลาดให้เข้าถึงพฤติกรรมของคนไทยให้มากที่สุด รวมถึงพัฒนาในส่วนของช่องทาง e-Commerce ที่กล่าวไปข้างต้น

Q : ความท้าทายในการทําธุรกิจในประเทศไทย เป็นอย่างไร

แบรนด์มูจิ คือแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่มีแนวคิดในเรื่องของความเรียบง่าย มีสินค้าครบครันทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ เครื่องเขียน เครื่องใช้ในบ้านหลากหลายหมวดหมู่ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การท่องเที่ยวผลิตภัณฑ์อาหาร มากกว่า 3,000 รายการ

รวมถึง คาเฟ่ (มุมกาแฟภายในร้าน) เรามองว่าลูกค้าของเราก็ยังคงเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้ตามกระแสหลัก แต่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง อุปสรรคของเรา คือ เราต้องพยายามที่จะนำเสนอกลุ่มสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้าเราให้มากขึ้น และพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ให้กับลูกค้าในเรื่องของราคาที่จับต้องได้

Q : แผนระยะยาวในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

ต้องยอมรับว่า ตอนนี้ แบรนด์มูจิยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะในปริมณฑลและต่างจังหวัด ด้วยเหตุนี้ จึงมีแผนจะเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น และเราตั้งใจจะศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายของพวกเขาให้มากขึ้น เพื่อให้แบรนด์มูจิเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่ว่า ปัจจัยที่จะทำให้มูจิประสบความสำเร็จมากขึ้นในประเทศไทย คือ การมีกลุ่มสินค้าที่หลากหลายและราคาที่จับต้องได้ โดยเราได้มีการปรับราคาสินค้ามาตั้งแต่ปี 2019 เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับการขยายธุรกิจให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยให้มากขึ้น

รวมถึงแผนในการเปิดสาขาใหม่ ๆ จะเปิดในอนาคต ที่จะเป็นร้านขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่มากกว่า 1,300-1,500 ตร.ม.ขึ้นไปทั้งหมด เพื่อรองรับสินค้าและบริการใหม่ ๆ จากญี่ปุ่น รวมถึงพัฒนาในส่วนของสินค้าโลคอล เพื่อเข้าถึงคนไทยทุกเพศทุกวัยมากขึ้น เพื่อให้มูจิไม่ได้เป็นแค่ร้านค้า แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนทุกคนในทุก ๆ ด้าน รวมถึงเป็น main community hub สำหรับคนไทยและนักท่องเที่ยวในอนาคต

30/7/2566  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ( 30 กรกฎาคม 2566 )

ช่องยูทูปของ iCONS